สูตรลดน้ำหนักสุดโหด 3 วัน ลดได้ 4-5 กิโลกรัม รีดไขมันแบบฮาร์ดคอร์

4,463

วิธีลดน้ำหนัก 3 วัน 5 กิโลกรัม ที่หลายคนสนใจ เพราะลดน้ำหนักลงได้เยอะ แถมใช้เวลานิดเดียวเอง แต่ลองชั่งใจดูสักนิด ว่า สูตรนี้ดีต่อสุขภาพ และช่วยลดน้ำหนักได้ขนาดไหน
วิธีลดน้ำหนักแบบต่างๆ เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ ที่กำลังฟิตหุ่น ลดความอ้วน ยิ่งเป็นสูตรลดน้ำหนักที่ใช้เวลาน้อย แต่ลดน้ำหนักลงได้มากๆ ยิ่งถูกใจสาวๆ นักเชียว หลายคนก็นำไปลองทำตามดูด้วย โดยเฉพาะสูตรลดน้ำหนักสุดโหด 3 วัน ลดได้ 4-5 กิโลกรัม ที่มีหลายคนแชร์กันอยู่ แต่สูตรนี้จะดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่

สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน 5 กิโลกรัม กินอะไรบ้าง?
สำหรับสูตรลดน้ำหนัก 3 วัน 4-5 กิโลกรัมนี้ คิดค้นโดย คุณตุ๊ก กชพรรณ อนันต์ชล แม่บ้านลูกสาม ที่ทดลองใช้สูตรลดน้ำหนักตามธรรมชาติมาแล้วได้ผล ได้นำเสนอสูตรลดน้ำหนัก 3 วัน โดยทานอาหารดังนี้
วันที่ 1
อาหารเช้า : เริ่มที่ น้ำส้ม (หรือชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาลสำหรับคนที่ชอบทานตอนเช้า) หรือ ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้ 1 อย่าง
อาหารกลางวัน : น้ำส้ม หรือ ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน และผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน
อาหารเย็น : น้ำส้ม ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน เนื้อไม่ติดมัน ย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน
วันที่ 2
อาหารเช้า : น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 ซีซี) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่นไข่ต้ม 1 ฟอง ผลไม้
อาหารกลางวัน : น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้
อาหารเย็น : น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 ซีซี) ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน
วันที่ 3
อาหารเช้า : น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 ซีซี) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผลไม้ โยเกิร์ต ส่วน
อาหารกลางวัน : น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟองผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน
อาหารเย็น : น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 ซีซี) ปลา/เนื้อนึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน 5 กิโลกรัม ใช่ว่าดีต่อสุขภาพจริง !
จะเห็นได้ว่าสูตรลดน้ำหนักดังกล่าว เน้นทานอาหารหลักๆ คือ น้ำส้ม นมสด ขนมปัง ไข่หรือปลา ผัก และมีผลไม้บางมื้อเท่านั้น ซึ่ง กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาระบุว่า หากมองตามชนิดอาหารที่นำมาวางแผนการลดน้ำหนักแล้วนับว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมทั้งการเน้นปรุงอาหารด้วยการต้ม นึ่ง ย่าง แทนการทอดทั้งหมด และงดเติมน้ำตาลในเครื่องดื่ม ก็ถือเป็นแนวทางการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำให้มีสุขภาพดีเสมอไป !!
นั่นเพราะเมื่อดูปริมาณอาหารตามสูตรที่ลดน้ำหนักแล้ว จะเห็นว่าพลังงานจากอาหารที่ได้ในแต่ละมื้อน้อยมากๆ หากนำมาคิดเป็นพลังงานเฉลี่ยต่อวันได้เพียง 962 กิโลแคลอรีเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าปริมาณอาหารที่เหมาะสำหรับการลดน้ำหนักมาก เพราะโดยปกติแล้วใน 1 วัน สำหรับผู้หญิงที่ต้องการลดน้ำหนักจะต้องได้รับพลังงานไม่น้อยกว่า 1,200 กิโลแคลอรี ส่วนผู้ชายควรรับพลังงานไม่น้อยกว่า 1,600 กิโลแคลอรี
ดังนั้น หากต้องการลดน้ำหนักลงอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม วิธีง่ายๆ คือ ให้ลดพลังงานที่ได้จากอาหารวันละ 500 กิโลแคลอรี จะทำให้น้ำหนักลดลงได้สัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม โดยไม่ต้องอด

ลดน้ำหนักแบบไหน ถึงดีต่อสุขภาพจริงๆ
วิธีลดน้ำหนักแบบใช้วันน้อยๆ แต่ลดน้ำหนักลงได้มากๆ ออกจะดูฮาร์ดคอร์ไปนิดนึง และร่างกายบางคนอาจปรับสภาพไม่ทัน ทำให้ป่วยเจ็บขึ้นมาก็ได้ ดังนั้น ลองมาดูสูตรลดน้ำหนักที่ได้ผลดีต่อสุขภาพจากคำแนะนำของ กรมอนามัย กันหน่อย ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน
โดยสูตรลดน้ำหนักทำได้ง่ายที่กรมอนามัยแนะนำนี้ คือการบริโภคอาหารตามหลัก food plate model หรือที่รู้จักกันคือ เมนู 211 โดยแบ่งส่วนของจานอาหารออกเป็น 4 ส่วน ครึ่งหนึ่งของจานเป็นส่วนของผักสามารถเลือกได้ทั้งผักสด ผักสุก รูปแบบการปรุงเลือกได้ตามใจ แต่ต้องคำนึงถึงน้ำมันและน้ำตาลด้วย
อีก 1 ส่วน เป็นกลุ่มข้าวแป้ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องกินได้แค่ขนมปังแผ่นเดียวตามสูตรสุดโหด แต่สามารถกินได้ 2 ทัพพีต่อมื้อ คืออาจเลือกเป็นข้าว 2 ทัพพี หรือขนมปัง 2 แผ่น ถ้าหากกินอย่างอื่นด้วย เช่น ธัญพืชต่างๆ รวมทั้งนมและโยเกิร์ต ก็ควรลดปริมาณข้าวในมื้อนั้นๆ ลงอีก
และ 1 ส่วนที่เหลือสุดท้ายเป็นเนื้อสัตว์ ต้องเลือกที่ชนิดไม่ติดหนัง ไม่ติดมัน ปรุงด้วยการต้ม นึ่ง ย่าง เพื่อลดพลังงานจากน้ำมัน และเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเพียงพอต้องมีผลไม้อีก 1 จานเล็กร่วมด้วยทุกมื้อ นอกจากนี้ใน 1 วันควรดื่มนมพร่องมันเนยอีก 1 แก้ว ดื่มน้ำเปล่าวันละ 6-8 แก้ว
โดยปกติแล้วการลดน้ำหนักที่เหมาะสม และปลอดภัยต่อสุขภาพ ควรลดประมาณครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งไม่ได้ลดทีละมากๆ เพราะการลดทีละน้อยๆ และลดอย่างต่อเนื่องกลับเป็นผลดีในเรื่องการคงสภาพร่างกาย จะทำให้ร่างกายสามารถปรับสภาพและรักษาสมดุลได้ ทั้งอัตราการเผาผลาญพลังงาน สมรรถภาพทางกาย รวมไปถึงประสิทธิภาพการทำงานต่างๆ ด้วย และเน้นการปรับพฤติกรรมการกินที่ดีให้กับตัวเอง
รู้ไหมว่า การลดน้ำหนักลงเร็วๆ ไม่ว่าจะมาจากการใช้ยาลดความอ้วน หรืออดอาหาร จะทำให้ร่างกายสูญเสียมวลไขมันไปด้วย โดยน้ำหนักตัวที่ลดลงทุกๆ 4 กิโลกรัม จะสูญเสียมวลไขมันถึง 3 กิโลกรัม และมวลกล้ามเนื้อ 1 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อเลิกควบคุมน้ำหนักแล้วน้ำหนักจะกลับมาเท่าเดิมอีกครั้งอยู่ดี แต่น้ำหนักที่เพิ่มกลับขึ้นมานี้ จะเป็นมวลไขมันล้วนๆ อย่างที่เรียกว่า “โยโย่ เอฟเฟกต์”
ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนัก ก็คือการควบคุมอาหารควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30-60 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อให้กล้ามเนื้อคงอยู่และรักษาอัตราการเผาผลาญพลังงานให้คงที่และดีต่อสุขภาพนั่นเอง

ใกล้เคียง