5 สัญญานเตือนว่าคุณกำลังเป็น Office Syndrome !

6,628

Office Syndrome โรคฮิตที่หนุ่มสาวชาวออฟฟิศไม่อยากฮิตตาม.. สรุปเทรนดี้จึงพาสาวๆ ชาวสรุปมารู้ทันและป้องกันตัวเองให้ไกลจากโรคนี้ไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของบรรดาหนุ่มสาว ยุคใหม่ที่มุ่งมั่น แข่งขันกันเรื่องาน ไม่เพียงแต่หนุ่มสาวชาวออฟฟิศเท่านั้น บรรดาฟรีแลนซ์ที่รับงานมาทำที่บ้านก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกันค่ะ .. หากคุณนั่งทำงานอยู่กับที่ หรือนั่งหน้าคอมพ์มากกว่า 6-8 ล่ะก็ คงหลีกไม่พ้นที่เกิดอาการ ?โรคออฟฟิศซินโดรม” (OfficeSyndrome) แน่ๆ

หลายๆ คนสงสัยว่าโรคนี้มีวิธีสังเกตุอย่างไร ล้อมวงเข้ามาค่ะเรามีข้อสังเกตง่ายๆ ให้คุณรู้ว่าอาการที่เป็นอยู่เข้าข่ายที่จะเป็นโรคนี้มั้ย
1.อาการปวดตึงที่คอ บ่า และไหล่แบบเรื้อรัง
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งจมอยู่กับกองเอกสารทั้งวัน นั่งทำงานหน้าคอมพ์พิวเตอร์นานกว่า 8 ชั่วโมงล่ะก็ ลองสังเกตดูว่ามีอาการตึงที่ต้นคอ บ่าและไหล่อยู่บ่อยๆ หรือเปล่า บางทีปวดจนหันคอลำบาก ก้มก็โอย เงยก็โอย ถ้าใช่ นั่นล่ะค่ะอาการของโรคนี้

สาเหตุของอาการเหล่านี้เกิดจากการนั่งทำงานนานเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อต้นคอ สะบัก เมื่อย เกร็งอยู่ตลอด ควรบำบัดด้วยการไปนวดคลายกล้ามเนื้อด่วนเลย อย่าปล่อยทิ้งไว้นานๆ เพราะอาจจะรักษายากขึ้นนะคะ
2. อาการปวดและตึงที่ขา เป็นเหน็บชาง่าย

ลองสังเกตดูสิคะว่าคุณเป็นเหน็บชาบ่อยหรือเปล่า รู้สึกว่าอยู่ดีๆ ขาก็ไม่ค่อยมีแรงมั้ย อาการเหล่านี้เกิดจากการนั่งนานๆ ทำให้เส้นเลือดดำถูกกดทับและส่งให้ไหลเวียนผิดปกติจึงเกิดอาการเหน็บชา หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจเกิดอาการชา ลามไปถึงเท้า ขาไร้เรี่ยวแรง ถึงขั้นเดินแล้วทรุดเลยล่ะค่ะ จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน มันน่ากลัวมากกก..
3. ปวดหัวเรื้อรัง

อาการปวดหัวเรื้อรัง หรือบางทีมีอาการปวดไมเกรนร่วมด้วย เกิดจากใช้งานสายตาเป็นเวลานานๆ เช่น การอ่านเอกสาร หรือจ้องหน้าจอคอมพิวเตอรืเป็นเวลานานๆ แสงบริเวณโต๊ะทำงานไม่เพียงพอ หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานที่วุ่นวาย ไม่สงบ อาจจะทำให้คุณเกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว… สังเกตดูค่ะว่าเลิกงานแล้วคุณปวดหัวบ่อยแค่ไหน
4. ปวดหลังไม่หายซักที
ปวดหลัง นี่สังเกตกันได้ง่ายๆ เพราะเป็นอาการยอดฮิตอันดับต้นๆ ของโรคนี้ เกิดจากการที่เรานั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรือต้องยืนนานๆ ยิ่งสาวๆ ที่ใส่ส้นสูงเป็นประจำด้วยแล้ว อาการปวดหลังคงจะหลีกเลี่ยงได้ยาก

อาการปวดหลังอาจเกิดได้จากการที่เรานั่งทำงานผิดท่า โต๊ะทำงาน เก้าอี้ หรือแม้แต่การวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมก็ล้วนแล้วแต่มีปัจจัยที่ทำให้ส่งผลถึงการเกิดอาการปวดหลังค่ะ หากยังไม่มีการแก้ไขให้ถูกจุดก็จะเกิดการปวดเรื้อรัง ในบางรายถึงกับมีอาการอักเสบของกล้ามเนื้อร่วมด้วย นอกจากจะเสียสุขภาพแล้วยังทำให้ส่งผลกระทบต่อการทำงานอีกด้วยน๊าา
5. ปวดแขน มือชา นิ้วล็อค
อยู่ดีๆ ทำไมมือชา แล้วนี่ก็ไม่ได้ไปทำอะไรมาทำไมปวดแขนจังนะ… หลายๆ คนอาจจะเคยเกิดอาการแบบนี้แต่นึกสาเหตุ ที่มาที่ไปของอาการนี้ไม่ได้

สาเหตุเกิดจากการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นข้อมือ เส้นเอ็น นิ้วมือ เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ การจับเมาส์ในท่าเดิมนานๆ ทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาทตรงข้อมือ และ เกิดพังผืดยึดจับบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ปวดปลายประสาท นิ้วล็อค หรือข้อมือล็อคได้ ข้อนี้ผู้เขียนก็ประสบพบเจอมาแล้วเช่นกันค่ะ

วิธีหลีกเลี่ยงโรค Office Sydrome ง่ายๆ เพียงแค่แบ่งเวลา และบาลานซ์การทำงานกับการพักผ่อนให้ลงตัว เลิกงานแล้วก็ไปพักผ่อนบ้าง ระหว่างทำงานก็ยืดเส้นยืดสาย กายบริหารด้วยท่าง่ายๆ ที่ทำให้กกล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย

ลุกเดินบ้าง ออกไปสูดอากาศนอกห้องเพื่อถือเป็นการพักสายตา จัดระเบียบห้องใหม่ให้สดใสผ่อนคลาย ปรับพนักเก้าอี้ เช็คดูสิความสูงพอดีมั้ย คอมพิวเตรอ์วางไว้เหมาะสมหรือเปล่า เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อย่ามองข้ามไปค่ะ
การทำงานให้มีประสิทธิภาพ สุขภาพก็มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่าให้งานหนักมาทำลายสุขภาพของเรานะคะ ..

ใกล้เคียง