เรียงลำดับการใช้สกินแคร์ให้ถูกต้อง จะได้ไม่งงกันอีกต่อไป!

4,342

การลงทุนเพื่อความสวยคือการลงทุนที่คุ้มค่าของมนุษย์ตัวแม่ แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้าหากเราไม่ฉลาดใช้ ก็คงได้ผลลัพธ์ไม่คุ้มเสียแน่นอน

อย่าง
การใช้ทรีตเม้นต์บำรุงผิวหน้าก็เช่นกัน
ถ้าเราลงผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างหนักก่อนชนิดอื่นๆ
จะทำให้สกินแคร์ที่เบากว่าทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
เนื่องจากไม่สามารถซึมลงสู่ผิวได้เต็มที่
เหมือนไปปิดทางเดิน และอาจจะติดแหงกทับกันอยู่บนผิวหน้าโดยที่เราสังเกตไม่
เห็นหรอก มารู้อีกทีคือ กลายเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบกันไป
เพราะฉะนั้นเราควรเริ่มต้นจากการเคลียร์ผิวหน้าให้สะอาด
ตามด้วยสกินแคร์เนื้อเบาสุดไปหาหนักสุดนะจ๊ะ

*1. Remover/Cleansing

ก่อนที่เราจะบำรุงอะไรก็ตาม
ต้องเริ่มต้นจากการทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อยซ่ะก่อนเพราะโดยส่วนมากรี
มูฟเวอร์จะมีหน้าที่ในการเช็ดเครื่องสำอาง และครีมกันแดดตกค้าง
ซึ่งในเวลาช่วงเช้า เราอาจจะข้ามขั้นตอนนี้ไปได้

*2.Cleanser

หลังจากเคลียร์ทุกอย่างที่ตกค้างผิวไปแล้วรอบหนึ่ง
ควรตามด้วยการล้างหน้าด้วย Cleanser จะใช้เป็นเนื้อเจล น้ำนม โฟม สบู่ ฯลฯ
ก็ตามแต่สภาพผิว
ถือเป็นขั้นตอนในการนำสิ่งที่อุดตันรูขุมขนให้หลุดออกอีกขั้นอย่างอ่อนโยน

3. Exfoliator

หลายคนไม่คุ้นกับคำนี้สักเท่าไร เพราะนางคล้ายๆ
เป็นตัวสครับหลังจากผ่านศึกมาอย่างโชกโชน
ช่วยในเรื่องของการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
พร้อมเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสขึ้นกว่าเดิม
แต่ขั้นตอนนี้ก็แล้วแต่อีกว่าใครจะทุ่มทุนซื้อ บางคนคิดว่าจบขั้นตอนทำความ
สะอาดผิวแค่คลีนเซอร์ก็พอแล้ว จะได้ไม่รบกวนใบหน้ามากเกินไปด้วย

4. Toner/Softener/Skin Refiner/Balancer

อ่ะ! งงกันเลยล่ะสิ ทำไมมาหลายชื่อเหลือเกิน แต่ไม่ต้องตกใจไปนะ
เพราะไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร
ต่างล้วนเป็นขั้นตอนการปรับสภาพผิวหน้าให้พร้อมรับการบำรุง
แต่ที่เรียกต่างกันนั้นเพราะขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ
หรือแต่ละโซนทวีปมากกว่าว่าจะใช้คำไหนนั่นเอง

5. Essence/Lotion (ชนิดน้ำ)

เอสเซ้นต์ถือว่ามีความบางเบาที่สุดในบรรดาการเริ่มต้นบำรุงผิวอย่างแท้
จริง เพราะส่วนใหญ่มาในรูปแบบของสูตรน้ำ หรือที่คนไทยชอบเรียกว่า น้ำตบ
นั่นแหละจ้า

6. Serum

จะสังเกตได้ว่าลักษณะเนื้อสัมผัสจะข้นกว่าเอสเซ้นส์
และมักจะเป็นการบำรุงที่ค่อนข้างเข้าถึงเฉพาะจุดปัญหาผิวได้ดี
ด้วยคุณสมบัติที่ซึมง่าย
หลายคนจึงติดใจรูปแบบการบำรุงผิวชนิดนี้มากกว่าครีม

7. Emulsion / Gel

อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างกับคำว่า ” Emulsion (อิมัลชั่น)”
ซึ่งนางมีความคล้ายครีมกึ่งเจล งั้นขอพูดง่ายๆ ตามภาษาชาวบ้านคือ
นางมีความเบาและมีส่วนผสมของน้ำมากกว่าครีม
เหมาะกับสาวผิวผสมถึงผิวมันเหมือนกับชนิดเจล แต่ชนิดเจล
จะมีเนื้อที่บางกว่าอิมัลชั่น
เหมาะสำหรับคนที่มีผิวมันมากๆ เน้นให้ความสดชื่นหลังใช้

8. Cream

คนที่มีผิวแห้งส่วนใหญ่จะเลือกใช้ครีม
โดยเฉพาะประเทศที่มีอากาศค่อนข้างหนาว
เพราะครีมมักมีส่วนผสมของออยล์ชนิดต่างๆ
จึงเหมาะกับอากาศแห้งที่ทำให้ผิวแห้งง่าย
แต่ทุกวันนี้ครีมออกมาหลากหลายสูตรมากที่พร้อมกระชากเงินในกระเป๋าเราอยู่
เสมอๆ ซึ่งมีให้เลือกทั้งเดย์ครีม และไนท์ครีม
ส่วนตัวเนื้อครีมจะมีเนื้อสัมผัสที่หนักกว่าทุกชนิดที่กล่าวมา
ซึ่งถ้าอันไหนที่ไม่ทิ้งความเหนอะหนะถือว่าผ่านเลยจ้า

*9.Sunscreen

กันแดดสำคัญเท่าชีวิต
เพราะภัยเงียบทำร้ายผิวคอยแฝงตัวมากับแสงแดดเนี่ยแหล่ะ ทั้งยูวีเอ
ยูวีบีมากันครบ ควรเลือกแบบมี spf15 ขึ้นไปสำหรับอากาศบ้านเรา และอย่าลืม
PA ด้วยนะจ๊ะ ยิ่งมีค่า + มากแค่ไหนก็กันยูวีเอได้มากเท่านั้น

และก็จบขั้นตอนการใช้สกินแคร์เป็นที่เรียบร้อย
ส่วนชนิดไหนที่มีเครื่องหมาย * เราขอขีดเส้นใต้ไว้เลยว่า สาวๆ
จำเป็นต้องใช้นะจ๊ะ นอกนั้นก็เลือกเอาว่าจะเรียงลำดับใช้มันหมดทุกตัว
หรือจะใช้เฉพาะตัวที่เหมาะกับเงินในกระเป๋า
แค่ขออย่างเดียวว่าต้องไม่ลืมที่จะบำรุงผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอก็พอ

 

 

ใกล้เคียง