รอยทราย ใต้เกลียวคลื่น…เกาะไหง

5,851

เกาะไหง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ แต่จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มของทะเลตรัง เนื่องจากการเดินทางจากจังหวัดตรังสะดวกมากกว่า หาดทรายบนเกาะขาว น้ำทะเลใส มองเห็นปลาหลายพันธุ์หลากสี รอบเกาะปะการังยังสมบูรณ์ วันนี้เราเลยจะพาเพื่อนๆ ตาม คุณหัสชัย บุญเนือง นักเขียนอนุสาร อ.ส.ท. ที่ได้พายเรือคายักออกเดินทางไปสำรวจความงามของทะเลเกาะไหงมาอวดสายตาของท่านผู้อ่านกันค่ะ

หัสชัย บุญเนือง…เรื่อง อานนท์ พลอินทร์, สุธิพัฒน์ ประภากรสกุล…ภาพ
แสงสุดท้ายของวัน ทาบลงบนภูเขาหินปูนเบื้องหน้าที่ตระหง่าน ท้าสายลมและเกลียวคลื่นอยู่กลางทะเลคลื่นลูกเล็กๆ ซัดกระซิบฝั่งไม่ขาดสาย ลอนทรายใต้คลื่นลูกแล้วลูกเล่าได้รับการปั้นแต่ง ปูลมตัวขาวชูตาขึ้นมาเหนือรูบนผืนทราย ก่อนจะวิ่งออกมาหาอาหารและกลับไปอย่างรวดเร็วเมื่อถูกรบกวน รอยเท้าคู่นั้นทิ้งไว้อย่างแผ่วเบา มีเพียงเสียงหัวเราะและรอยยิ้มแห่งความสุขเท่านั้นที่เก็บไป
ชีวิตของคนเดินทางจะต้องการอะไรมากไปกว่าการพักผ่อนอย่างเต็มเวลา ภายใต้ผืนฟ้า สายลม เสียงคลื่น และหาดทราย กับการท่องทะเล ด้วยแรงแขนตัวเอง…คายักเกาะไหง…

ปฐมบทแห่งเกลียวคลื่น
ปลายฤดูร้อนของปีกลายในช่วงเวลาเย็นอันเงียบสงบ มีเพียงเกลียวคลื่น ผืนทราย และนักท่องเที่ยวไม่กี่คนบนชายหาด ผมนั่งมองเรือโยกไกวเบาๆ พร้อมคลื่นลูกเล็กๆ
“ไม่กี่วันพายุจะเข้าแถวนี้ บรรยากาศของนักท่องเที่ยวจะหายไป เหลือเพียงความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ ปีหน้าหากมีเวลามาพายเรือรอบเกาะด้วยกัน” ปลา สุธิพัฒน์ ประภากรสกุล อดีตนักเขียนและช่างภาพธรรมชาติ ที่วางหลักไมล์ของกลิ่นหมึกไว้เบื้องหลัง ก่อนมาวางหัวใจไว้บนเกลียวคลื่นในดินแดนบ้านเกิด ด้วยการเปิดกิจการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยกิจกรรมเต็นท์พักแรมติดแอร์และอาหารเลิศรส รวมทั้งเรื่องราวของการอนุรักษ์ธรรมชาติในนามของ “ตรังทัวร์” หรือ Sea Open Diving เกาะไหง

ต้นฤดูร้อนปี 2560 ผมแจ้งไปว่าอนุสาร อ.ส.ท. อยากจะนำความสุขและความงดงามของทะเลเกาะไหงมาอวดสายตาของท่านผู้อ่าน ทั้งยังจะได้สำรวจรอบเกาะด้วยคายักในคราวเดียวกันนี้เลย ซึ่งกว่าจะได้วันที่ลงตัวก็เลื่อนกันไปหลายรอย เนื่องจากปีนี้ภาคใต้โดนมรสุมจนเกือบสิ้นเดือนแรกของปี
ผมเดินทางออกจากพระนครในช่วงเวลาเช้าตรู่ของวันแรกแห่งกุมภาพันธ์ และสายๆ ของวันนั้นก็มาเริ่มต้นอาหารเช้ากันแบบจัดเต็มกับยุทธจักรความอร่อย ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คัดสรรให้จังหวัดตรังเป็นจุดหมายที่ไม่อาจพลาดของนักกิน ติ่มซำชุดใหญ่ยกมาวางทั้งขนมจีบกุ้ง หมู ปู ปูอัด ฮะเก๋า ซาลาเปา เปาะเปี๊ยะ รวมไปถึงปาท่องโก๋ (ลักษณะเป็นก้อนสีขาวนุ่มๆ ทำจากแป้งข้าวเจ้าผสมน้ำตาลทรายเอาไปนึ่ง เนื้อฟูๆ หยุ่นๆ ไม่ใช่ปาท่องโก๋ที่เป็นแป้งทอด ซึ่งคนไทยเรียกสับสนกันมาตลอด ทั้งที่ควรเรียกว่า “อิ่วจาก้วย” หรือ “อิ่วจาโก้ย” หรือทางใต้จะพูดแค่ “จำโก้ย”) กินคู่หมูย่างหนังกรอบ แล้วตามด้วยกาแฟโบราณหอมๆ ก่อนจะล้างคอด้วยชาจีนร้อนๆ หอมอวลในปาก
หลังอาหารเช้าอันแสนอร่อยและอิ่มเอม เราก็พร้อมเดินทางออกสู่ท้องทะเลตรัง อันมีเกาะกระดาน เกาะมุก ถ้ำมรกต และเกาะไหง เป็นไฮไลท์ของการมาเยือนในครั้งนี้ (แม้ว่าเกาะไหงจะตั้งอยู่ในอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ทว่าการเดินทางจากจังหวัดตรังใช้เวลาสั้นกว่า) จากท่าเรือปากเมง หัวเรือสปีดโบ๊ทแหวกเกลียวคลื่นไปอย่างมั่นคง ภาพของเกาะค่อยขยายใหญ่ขึ้นจนเต็มตา เมื่อเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง…

พักใจไปกับท้องทะเล
บรรยากาศของทะเลในช่วงกลางวัน แดดจัด ลมพัดกำลังดี สีน้ำทะเลเขียวมรกต นักท่องเที่ยวต่างชาตินั่งดื่มน้ำอัดลมเย็นๆ ได้เงาของทิวมะพร้าวและต้นหูกวาง ทีมงานช่วยกันขมของเข้าไปเก็บเรียบร้อยก็ปรึกษากันถึงวิธีการพายเรือคายัก ซึ่งเป็นหัวใจของการเดินทางมาในครั้งนี้
เมื่อดูจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเกาะไหง ที่วางตัวเป็นแนวเหนือ-ใต้ โดยมีชายหาดยาวกว่า 3 กิโลเมตร ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งมีสถานประกอการอยู่ทางนี้เป็นส่วนใหญ่ และมีนักท่องเที่ยวคึกคักที่สุด ทว่าหากเทียบกับที่อื่นก็ยังถือว่ามีความสงบอยู่ดีนั่นเอง

“รอบเกาะไหงมีระยะทางราว 8 กิโลเมตร สิ่งที่เราควรทำคือดูเรื่องกระแสน้ำ เพราะหากเราพายไปในช่วงเวลาเดียวกับกระแสน้ำขึ้น น้ำลง จะช่วยทุ่นแรงไปได้มาก ซึ่งทั้งมือใหม่ มือเก๋า สามารถพายไปได้อย่างสบาย” ปลา ผู้ช่ำชองเรื่องราวของกิจกรรมทางทะเลให้ความเห็น พร้อมวางแผนการพาย สรุปได้ว่าวันนี้พักผ่อนให้หายเหนื่อย โดยการวอร์มพายเล่นหน้าหาด ดำน้ำตื้นชมปะการัง รวมทั้งฝึกดำน้ำลึกไปพลางๆ
ปลากะตักฝูงใหญ่เคลื่อนตัวหาอาหาร มองไกลๆ คล้ายคราบน้ำมันหรือคราบดำๆ ที่ลอยไปตามริมฝั่ง ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติมีหลากหลายเรื่อง หลากมิติให้เราได้เฝ้ามอง ติดตาม และศึกษาไปพร้อมกับชีวิตเล็กๆ เหล่านี้

บ่ายวันนี้ผมกับสมาชิกคณะเล็กๆ ออกแรงวอร์มกันหน้าหาด จนแดดร่มลมตกก็มาเตรียมถ่ายภาพแสงเย็น เพื่อเก็บภาพบรรยากาศของการพักผ่อนแบบสบายๆ กับธรรมชาติที่งดงาม…

แสงของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปไม่นาน แสงสีริมหาดก็วิบวับระยิบขึ้นมาอวดกันบ้าง นักท่องเที่ยวจากหลากหลายชาติแวะมานั่งดื่มด่ำบรรยากาศของค่ำคืนที่แสนสบายกับเพื่อนๆ และคนรักของพวกเขา… บางทีผมอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า ระหว่างคนรักกับสถานที่ที่รัก อย่างไหนดีกว่ากัน หรือจริงๆ แล้วต้องคู่กัน

ท่องทะเลแห่งหัวใจ
ผ่านการพักผ่อนอย่างสบายๆ มาเต็มที่ เช้านี้นั่งมองคลื่นลูกเล็กๆ ซัดเข้าฝั่งจนกาแฟร้อนแก้วที่สองผ่านไป จึงลุกขึ้นเดินไปจัดแจงกับภารกิจส่วนตัว เพราะวันนี้เรานัดกันว่าให้แสงสวยเต็มที่จึงเริ่มต้นพายเรือรอบเกาะไหง พร้อมกับดำน้ำชมปะการังเป็นช่วงๆ นัยว่าจะได้ไม่ต้องพายเรือกันอย่างเดียว แต่มีกิจกรรมอื่นๆ ให้ได้สัมผัสกันด้วย
ราว 10 นาฬิกา เรือทุกลำก็พร้อมอยู่หน้าหาด มีช่างภาพธรรมชาติมือเยี่ยมอย่าง อานนท์ พลอินทร์ มาช่วยบันทึกภาพความสนุกกันอีกแรง งานนี้ผมเลยเบาใจ จะเรียกว่าแทบไม่ได้กดชัตเตอร์เลยก็ว่าได้ พายเพลินๆ ชิลๆ ไปบนเกลียวคลื่น ด้วยแรงแขนของเราเอง มองเห็นฝูงปลาใต้น้ำว่ายกันเพลิดเพลิน
“ปกติคนอื่นใช้เรือหางยาว หรือเรือสปีดโบ๊ท แต่คณะเราไปด้วยสองแขนบนเรือคายัก ให้ความรู้สึกที่แปลกออกไป แต่ใกล้ชิดธรรมชาติมากเหลือเกิน” ผมไม่แน่ใจว่าใครพูดประโยคนี้ขึ้นมา แต่ผมว่ามันเป็นความจริง

ในที่สุดก็พายมาถึงหัวแหลมเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่แท่งหินแหลมทรงคล้ายเจ้าแม่กวนอินเมื่อมองจากทิศตะวันออก บริเวณนี้มีกองหินโผล่พ้นน้ำอยู่สองกอง มีปะการังสวยงามอย่างยิ่ง ซึ่งในอดีตมีปะการังอ่อนหลากสีขึ้นอยู่หนาแน่น ทว่าหลังจากเกิดสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้พวกมันหายไปแทบหมด แต่ยังมีอย่างอื่นให้ชมกันอีกหลายอย่างเรียกว่าสร้างความเพลิดเพลินได้ไม่น้อยเลย
จุดนี้กระแสน้ำค่อนข้างแรง การลงดำน้ำจึงควรมาช่วงที่น้ำขึ้นสุดหรือช่วงที่น้ำลงสุด เพราะช่วงเวลาดังกล่าวกระแสน้ำค่อนข้างจะนิ่ง บริเวณนี้นักดำน้ำลึกมักจะมาลงไปชมโลกใต้น้ำกันอยู่เนืองๆ แว่วว่าใต้น้ำลึกยังมีปะการังที่สมบูรณ์และหนาแน่น อีกทั้งเป็นจุดที่มีฝูงปลาน้อยใหญ่อาศัยแนวปะการังแถบนี้อยู่มากมาย

ระหว่างที่พายเรือเล่นๆ กันอยู่นั้น ตรงไหนสวยหรือผ่านดงปะการังมีปลาเยอะๆ เราก็โดดจากเรือลงไปดำน้ำดูกันอย่างเพลิดเพลิน ไม่น่าเชื่อว่าการล่องไปบนทะเลแห่งหัวใจ ไม่ได้กำหนดอะไรเอาไว้ตายตัวจะดีขนาดนี้ พายไปบ้าง เล่นไปบ้าง ดำน้ำ ขึ้นฝั่ง คล้ายจะปลดปล่อยอารมณ์ไปได้อย่างแท้จริง

ปลายทางแห่งฝีพาย
จากแหลมเจ้าแม่กวนอิมไปจนสุดอ่าวควนตงเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา บริเวณปลายแหลมมีกองหินที่มีชื่อเรียกว่าหินเข้ เป็นอีกจุดที่มีฝูงปลาใหญ่น้อยชุกชุมมาก หากได้ผ่านบริเวณนี้ตอนเย็นๆ อาจได้เห็นฝูงปลาฉลามมาว่ายวนเล่นแสงเย็นอยู่ในบริเวณผิวน้ำ แต่แนวปะการังค่อนข้างอยู่ลึก
อ่าวควนตงซึ่งทอดตัวยาวกว่า 1 กิโลเมตร อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ เป็นอีกจุดดำน้ำตื้นยอดนิยมของเกาะไหง เพราะตลอดแนวน้ำตื้นที่ขนานไปกับชายหาดขาวเนียนสะอาดตา มีแนวปะการังโขดน้อยใหญ่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น นอกจากนั้นยังมีดอกไม้ทะเลซึ่งเป็นปะการังอ่อนชนิดหนึ่ง เป็นที่อยู่อาศัยของปลาการ์ตูน หอยมือเสือขนาดใหญ่ๆ ก็สามารถเห็นได้ที่นี่
จากแหลมหินเข้มุ่งหน้าไปทางเหนือของเกาะ ซึ่งเห็นเกาะลันตาอยู่ไกลๆ เป็นแนวผาสูงชันและมีรูปทรงผาแปลกตาสวยงาม มีหาดเล็กๆ อยู่เป็นระยะๆ สามารถแวะชมและพักแขนได้ทุกหาด

นอกจากการพายเรือรอบเกาะไหงแล้ว จากชายหาดด้านทิศตะวันออกสามารถพายเรือไปเกาะม้า ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร จุดนี้เป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงามมากจุดหนึ่ง เกาะม้าเองก็เป็นอีกเกาะซึ่งอยู่ในโปรแกรมท่องเที่ยว 4 เกาะท่องทะเลตรัง
สำหรับเกาะม้านั้นเป็นเกาะเล็กๆ ไม่มีชายหาด แต่สามารถชมปะการังได้หลายจุด ปะการังบริเวณเกาะม้ามีทั้งปะการังอ่อนและปะการังแข็ง ทางด้านตะวันออกของเกาะเป็นแหล่งอาศัยของปลาฉลามหูดำ ซึ่งเป็นปลาฉลามขนาดเล็กที่มักจะวนเวียนมาให้นักท่องเที่ยวเห็นอยู่เป็นประจำ
จากเกาะม้า เราค่อยๆ พายกลับมายังหน้าหาดอีกครั้ง ความสนุก ความสุข และความเหนื่อยล้าหลังจากพายมาหลายชั่วโมง สลับกันดำน้ำตื้น ผมว่าโลกของการท่องทะเลได้เปลี่ยนไปหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เราได้ใช้ความสามารถของตัวเองพายคายักไปได้รอบเกาะ แม้จะเป็นระยะทางไม่ไกลนัก แต่นั่นมันทำให้หัวใจพองโต…

เพียงพักใจ ไปพักกาย
ช่วงค่ำวันนี้หลังจากเหน็ดเหนื่อยกันมาอย่างเต็มที่ พี่ปลาได้สั่งเซฟใหญ่แห่ง Sea Taste ให้จัดเมนูมาให้พวกเราได้เติมพลังกลับคืนกันอีกครั้ง ซึ่งผมได้ข่าวมาก่อนแล้วว่าที่นี่มีอาหารอร่อย แขกที่มาพักบนเกาะแทบทุกคนต้องมาแวะกินอย่างน้อยหนึ่งมื้อ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วผมมาตอนปลายฤดูกาล ซึ่งฝนกระหน่ำอยู่อย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ยังไม่ได้ลิ้มลองรสมือ มาคราวนี้จึงขอให้ช่วยจัดมาแบบพิเศษๆ แบบที่ใครมาต้องได้ชิมกันเลย

เริ่มต้นกันด้วยอาหารกินเล่นเบาๆ เพื่อรอมื้อใหญ่ อย่างไก่สะเต๊ะและเปาะเปี๊ยะทอด ที่หอมกรุ่นและกรอบอย่างมาก หลังจากผ่านออร์เดิร์ฟแรกชุดใหญ่ทยอยเสิร์ฟออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ แกงพะแนง แกงมัสมั่น ข้าวผัดสับปะรด ที่รสชาติถึงใจทุกจาน ไม่มีอ่อนข้อให้กับทุกชาติ เข้มข้นไปด้วยสมุนไพรอย่างเต็มที่ เพื่อให้รสออกมาเด่นที่สุด ซึ่งเพื่อนๆ ชาวตะวันตกที่มาเยือนบอกว่าชอบที่เผ็ดถึงใจนี่แหละ เสน่ห์ของอาหารไทยไปไกลทั่วโลกจริงๆ
ทว่าไม่หมดเพียงเท่านี้ หากเบื่ออาหารไทย อาหารตะวันตกที่จัดมาเตรียมไว้ก็ไม่น้อยหน้า เริ่มกันง่ายๆ ด้วยสปาเกตตี คาลามารี พิซซ่า มาการิตา แฮมเบอร์เกอร์ หรือคลับแซนด์วิช อาหารง่ายๆ ก็มีไว้รอต้อนรับ

เรานั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ เพื่อย่อยอาหารและมองความเปลี่ยนแปลงของห้วงเวลา คนเดินทางจากหลากหลายประเทศกำลังแลกเปลี่ยนประสบการณ์ บางคนได้เพียงยิ้มสบายใจ บางคนเอาแต่พูดอย่างเต็มอารมณ์ และบางคนก็เป็นเพียงผู้เฝ้ามองความงดงามของเพื่อนมนุษย์ที่กำลังมีความสุข…ใช่ ตัวเขาเองก็มีความสุข…

ผ่านเที่ยงคืนไปสักพัก บาร์กำลังจะปิด เสียงเพลงหรี่ลง นักท่องเที่ยวขยับตัวกลับที่พัก เราก็ต้องพักผ่อนเช่นกัน ซึ่งคืนนี้เป็นอีกคืนที่ได้นอนในเต็นท์ติดแอร์หรูหราในราคาหลักร้อยต่อคืนเท่านั้นเอง โดยจากข้อมูลทำให้เรารู้ว่าบนเกาะไหงมีที่พักทั้งหมด 12 แห่งด้วยกัน ซึ่งมีสไตล์แตกต่างกันออกไป ทว่าผมเลือกที่จะมาพักกับ Sea Camp เพราะความแตกต่างนั่นเอง คนผจญภัย คนกลางแจ้ง ก็ต้องเลือกอะไรที่มันตรงกับสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว
โลกของการท่องเที่ยว การเดินทาง อาหาร การพักผ่อน รวมทั้งกิจกรรมสุดสนุกมีให้เราได้ทำตลอดทั้งวัน เวลาของผมบนเกาะไหงยังมีอีกสองวันเต็มๆ คงได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ตามเกาะต่างๆ รวมไปถึงเกาะรอกและถ้ำมรกต ซึ่งชีวิตคนเดินทางจะต้องการอะไรมากกว่าหัวใจได้อิ่มเอมและร่างกายได้ทำในสิ่งที่ต้องการ
ผมเชื่อว่าได้รอยทรายที่โดนโถมซัดด้วยเกลียวคลื่นมีความรักของผู้คนซ่อนอยู่ บางทีเราอาจจะยังเจอหัวใจของเราเท่านั้นเอง… แต่ผมเชื่อว่าคุณจะพบ หากออกไปหา เพราะนั่นเป็นชีวิตของคุณหัวใจของคุณ…
ขอขอบคุณ
คุณสุธิพัฒน์ ประภากรสกุล Sea Open Diving เกาะไหง จังหวัดกระบี่ Sea Camp ที่พักแสนสบายของคนรักการผจญภัย Sea Taste ร้านอาหารที่มากเมนูไทย-ฝรั่ง Sea Open Diving ผู้ที่นำพาสู่โลกใหม่ใต้ท้องทะเล คุณประทีบ โจ้งทอง ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง (ลิบงการท่องเที่ยว) คุณสุนทร เชิดนาม (เลตรังไดฟ์วิ่ง)
คู่มือนักเดินทาง
ตรังเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่การเดินทางค่อนข้างสะดวก สามารถเดินทางได้ทั้งทางรถประจำทาง รถไฟ และเครื่องบิน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามความต้องการ จากตัวเมืองตรังไปหาดปากเมงมีรถตู้โดยสาร ออกทุกๆ ชั่วโมงตลอดวัน รถไปส่งถึงท่าเรือปากเมง บริเวณท่าเรือมีเรือหางยาวเช่าเหมา มีบริษัทนำเที่ยวทะเลตรังหลายเจ้าให้เลือก
ติดต่อสอบถามข้อมูล
Sea Open Diving โทรศัพท์ 09 4456 9554 และ 08 1735 0527 เฟซบุ๊ก www.facebook.com/seaopendiving

ใกล้เคียง