10 น้ำพุร้อน-บ่อน้ำร้อนในไทย ไม่ต้องไปออนเซ็นไกลถึงญี่ปุ่น

5,129


ย่างเข้าสู่หน้าร้อนเชื่อว่าหลายคนคงมองหาสถานที่คลายความร้อน เช่น ทะเล สวนน้ำ กันอยู่ แต่กระปุกดอทคอมขอพาเพื่อนๆ เที่ยวแบบสวนทางโดยไม่แคร์หน้าร้อนด้วย 10 น้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนในไทย ที่เหมาะสำหรับลวกไข่ สัมผัส และแช่ตัวเพื่อความผ่อนคลายจากทั่วไทยมาฝากกัน แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันสักนิด
“น้ำพุร้อน” เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีน้ำร้อนจากใต้ดินเป็นน้ำพุ่งขึ้นมาผ่านตามช่องเปิดใต้พื้นดิน น้ำพุร้อนนั้นจะมีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำที่ไม่มีการพุ่งขึ้นมา แต่ไหลมาขังอยู่ในแอ่งพื้นโลกเรียกว่า “บ่อน้ำร้อน” นั่นเอง ซึ่งสามารถวัดอุณหภูมิน้ำร้อนที่ผิวดินอยู่ในช่วง 40-100 องศาเซลเซียส โดยทั่วไปเรารู้จักน้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่ามหัศจรรย์ แต่น้ำพุร้อนยังสามารถนำมาพัฒนาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น การผลิตกระแสไฟฟ้า ด้านอุตสาหกรรม และการเกษตรกรรมอีกด้วย ส่วนตอนนี้เรามาดูกันว่าในเมืองไทยนั้นมีน้ำพุร้อนหรือบ่อน้ำร้อนใดที่น่าสนใจบ้าง
1. บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน, ลำปาง

บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยา มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ จำนวน 9 บ่อ ตั้งอยู่รวมกันในบริเวณพื้นที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ประมาณ 3 ไร่ ภายในพื้นที่มีโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และมีไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมาจากบ่อปกคลุมรอบบริเวณ น้ำพุร้อนมีอุณหภูมิเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส เป็นที่นิยมนำไข่ไก่และไข่นกกระทามาแช่ สำหรับไข่ไก่แช่นานประมาณ 17 นาที ไข่แดงจะแข็งมีรสชาติมันอร่อย ส่วนไข่ขาวจะเหลวคล้ายไข่เต่า

2. บ่อน้ำร้อนเบตง, ยะลา
ภาพจาก ททท.
บ่อน้ำร้อนเบตง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งหนึ่งที่น่าสนใจของอำเภอเบตง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจะเราะปะไร ตำบลตาเนาะแมเราะ จังหวัดยะลา บ่อน้ำร้อน เบตง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่ประกอบไปด้วยแร่ธาตุมากมาย เนื้อที่ของบ่อน้ำร้อนเบตง มีอาณาบริเวณประมาณ 3 ไร่ และจะมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน โดยอุณหภูมิของน้ำจะอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส อีกทั้งตรงจุดบริเวณที่น้ำเดือดนี้ สามารถต้มไข่ให้สุกได้ภายใน 7 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ไว้กักน้ำจากน้ำพุร้อนเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้อาบและแช่เท้าเล่น ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำแร่ในน้ำพุร้อนสามารถบรรเทารักษาโรคภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น โรคปวดเมื่อย โรคเหน็บชา โรคผิวหนังต่างๆ เป็นต้น

3. บ่อน้ำพุร้อนหินดาด, กาญจนบุรี
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เมืองกาญจน์ แดนสวรรค์ตะวันตก
น้ำพุร้อนหินดาด เดิมชื่อ “น้ำพุร้อนกุยมั่ง” ตั้งอยู่ที่บ้านกุยมั่ง ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของอำเภอทองผาภูมิ ซึ่งน้ำพุร้อนหินดาดถูกค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นในสมัยที่มีการก่อสร้างทางรถไฟเพื่อไปประเทศพม่า เมื่อผ่านบริเวณลำห้วยกุยมั่งก็พบว่า ลำห้วยแห่งนี้มีน้ำพุร้อน จึงได้สร้างบ่อเพื่ออาบน้ำร้อน และเชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ และปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งของกาญจนบุรี

4. โป่งเดือดป๋าแป๋, เชียงใหม่
ภาพจาก ททท.
โป่งเดือดป่าแป๋ ตั้งอยู่ที่ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง อยู่ในพื้นที่การดูแลของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เป็นน้ำพุร้อนขนาดใหญ่แบบไกเซอร์ (Geyser) บนลุ่มแม่น้ำแม่แตง มีอุณหภูมิและแรงดังสูงมาก โดยมีน้ำใต้ดินพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินที่มีความพรุนมากตลอดเวลา สูงประมาณ 1-2 เมตร มีบ่อใหญ่ 3-4 บ่อ และบ่อเล็กๆ กระจายโดยรอบ และบริเวณรอบๆ เป็นป่าทึบและมีกลิ่นกำมะถัน ซึ่งน้ำพุร้อนแบบนี้จะเดือดพุ่งขึ้นมาสูงกว่าระดับผิวดินเป็นครั้งคราวหรือตลอดเวลา โดยการพุ่งขึ้นสูงสุดของน้ำจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คงที่ น้ำพุร้อนประเภทนี้จะมีอุณหภูมิของน้ำผิวดินอยู่ที่ประมาณ 90-99 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิของน้ำใต้ดินอยู่ที่ประมาณ 170-203 องศาเซลเซียส กล่าวได้ว่าน้ำพุร้อนโป่งเดือดป่าแป๋นี้ เป็นน้ำพุร้อนประเภทไกเซอร์ที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย

5. น้ำตกร้อนคลองท่อม, กระบี่
ภาพจาก ททท.
น้ำตกร้อนคลองท่อม ตั้งอยู่บริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว อำเภอคลองท่อม เป็นน้ำพุร้อนแห่งหนึ่งในบรรดาน้ำพุร้อนอีกหลายแห่งที่กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณนี้ น้ำจะไม่ร้อนมาก มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส เป็นน้ำร้อนที่ซึมขึ้นมาจากผิวดินซึ่งมีป่าละเมาะปกคลุมร่มรื่น สายน้ำไหลไปรวมกันตามความลาดเอียงของพื้นที่ บางช่วงมีควันกรุ่นและคราบหินปูนธรรมชาติพอกอยู่เป็นชั้นหนาทำให้เกิดทัศนียภาพสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะบริเวณที่ธารน้ำร้อนไหลลงสู่คลองท่อมลดระดับเกิดเป็นลักษณะคล้ายชั้นน้ำตกเล็กๆ

6. น้ำพุร้อนสันกำแพง, เชียงใหม่

น้ำพุร้อนสันกำแพงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวพักผ่อนได้ตลอดทุกฤดูกาล เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนที่ครบครันทั้งบริการด้านความงามและสุขภาพ ซึ่งภายในมีบ่อน้ำแร่ ห้องอาบน้ำ และน้ำพุร้อนมากกว่า 20 บ่อ ซึ่งเกิดตามแนวลำธารเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร หลุมเจาะน้ำพุร้อน 2 บ่อ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถชมน้ำพุร้อน แช่ และอาบน้ำพุร้อน นวดแผนไทย แถมยังต้มไข่ได้อีกด้วย
7. ธารน้ำร้อนบ่อคลึง, ราชบุรี
ภาพจาก ททท.
ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เป็นบ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติของเอกชน ในที่ดินของบริษัทราชบุรีเหมืองแร่และเกษตรกรรมจำกัด บ้านห้วยผาก หมู่ที่ 7 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง และห่างจากตัวเมืองราชบุรีประมาณ 74 กิโลเมตร ธารน้ำร้อนแห่งนี้มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 50-57 องศาเซลเซียส ผุดจากใต้พื้นผิวโลกที่ร้อนจัดขึ้นมาตามซอกหินเชิงเขาตะนาวศรี ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่มีแร่ธาตุที่ระคายเคือง ใสสะอาด ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน เกลือและแร่ธาตุอื่นๆ น้อยกว่า 1 กรัม/ลิตร มีน้ำร้อนไหลตลอดทั้งปี แม้ในฤดูแล้งปริมาณน้ำไหลจะน้อยลงบ้างแต่ไม่ถึงกับแห้ง มีก้อนหินใหญ่เล็กเรียงรายตามร่องน้ำตลอดทางประมาณ 300 เมตร
ปัจจุบันได้ปรับปรุงอาณาบริเวณและสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะกับการพักผ่อน ซึ่งมีการตั้งต่อท่อน้ำร้อนลงมายังสระน้ำด้านล่าง มีบริการสระอาบน้ำร้อนอยู่ 3 แบบ คือ
1. สระดิน เป็นบ่อที่ธารน้ำร้อนไหลลงมา จำลองเหมือนบ่อธรรมชาติ พื้นที่เปิดโล่ง มีร่มเงาต้นไม้ น้ำสีฟ้าคล้ายน้ำทะเล แต่อาจไม่เป็นส่วนตัวเพราะเป็นที่โล่ง คนภายนอกมองเห็นได้ อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส ความลึกระดับเอว
2. สระกระเบื้อง เป็นสระที่อยู่อีกฝั่ง เดินเข้าไปในสวนไม้ประดับ มีความเป็นส่วนตัว มีขนาดเล็กกว่าสระดิน เป็นสระลักษณะกลมเหมือนสระว่ายน้ำเด็ก มีที่นั่งแช่รอบสระ ระดับน้ำประมาณ 60 เซนติเมตร สามารถใส่ขาสั้นและเสื้อลงสระได้ อุณหภูมิประมาณ 56 องศาเซลเซียส
3. ที่แช่เท้า มี 2 จุด คือ บ่อปูนสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กและตรงปากท่อน้ำไหล ที่ปล่อยน้ำร้อนจากสระดินสู่สระน้ำขนาดใหญ่จะก่อปูนไว้สำหรับนั่งแช่เท้า

8. วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง, ตรัง
ภาพจาก ททท.
วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง อยู่ในท้องที่บ้านควนแคง หมู่ที่ 7 ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีบ่อน้ำร้อนควนแคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งบริเวณพื้นที่บ่อน้ำร้อนได้พัฒนาปรับปรุงเป็นบ่อน้ำร้อน จำนวน 3 บ่อ มีอุณหภูมิของน้ำประมาณ 70 องศา, 40 องศา, 20 องศา ตามลำดับ ใช้ประโยชน์ด้านสันทนาการและเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งวนอุทยานได้เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้แช่เท้าและอาบน้ำร้อนเพื่อสุขภาพ โดยมีห้องอาบน้ำและห้องแช่น้ำร้อนให้บริการเพื่อความเป็นส่วนตัวด้วย

9. บ่อน้ำร้อน-สวนรักษะวาริน, ระนอง
ภาพจาก ททท.
บ่อน้ำร้อนแห่งนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีอุณหภูมิประมาณ 65 องศาเซลเซียสได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์บริการแล้วว่าประกอบด้วยแร่ธาตุที่สำคัญ ไม่มีสารกำมะถันเจือปน จึงทำให้ไม่มีกลิ่นของกำมะถันและมีความบริสุทธิ์ ซึ่งมีอยู่ 3 บ่อ ได้แก่
บ่อพ่อ เป็นบ่อปูนซีเมนต์วงกลมขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.80 เมตร สูงจากผิวดิน 0.80 เมตร ลักษณะของน้ำร้อนมีลักษณะใสมีฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผุดขึ้นมาค่อนข้างน้อย ไม่มีกลิ่นกำมะถัน ไม่มีสาหร่าย น้ำร้อนจะไหลล้นออกนอกบ่อตลอดเวลา ทำให้บริเวณบางส่วนของปากบ่อและผนังบ่อน้ำด้านนอกมีการสะสมตัวของแร่แคลไซต์
บ่อแม่ เป็นบ่อปูนซีเมนต์ขนาดเล็กกว่าบ่อพ่อ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.50 เมตร สูงจากผิวดิน 0.85 เมตรลักษณะของน้ำร้อนในบ่อมีลักษณะใส มีฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผุดขึ้นมาเป็นจังหวะๆ และมีปริมาณมากกว่าบ่อพ่อ ไม่มีกลิ่นกำมะถัน ไม่มีสาหร่าย มีแร่อัลเทอร์เรชั่นเคลือบเล็กน้อยที่ด้านในของผนังบ่อ
บ่อลูกสาว เป็นบ่อปูนซีเมนต์เช่นเดียวกัน มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.00 เมตร สูงจากผิวดิน 0.90 เมตร ลักษณะน้ำร้อนมีลักษณะใส มีฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผุดขึ้นมายังผิวน้ำมากกว่าสองบ่อแรกแต่ไม่มีกลิ่น กำมะถัน และสาหร่าย มีแร่อัลเทอร์เรชั่นเคลือบเล็กน้อยที่ด้านในของผนังบ่อเช่นเดียวกับบ่อแม่

10. บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป), กำแพงเพชร
ภาพจาก เฟซบุ๊ก บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง – บึงสาป
บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป) มีลักษณะทั่วไปเป็นน้ำพุร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดินจำนวน 5 จุด มีความร้อนประมาณ 40-65 องศาเซลเซียส จากการตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุขปรากฏว่าไม่มีสารปนเปื้อนและเชื่อโรคอันตรายเกินมาตรฐานแต่อย่างใด ปัจจุบันบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงมีการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบอย่างสวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและสำหรับพักผ่อน มีบริการห้องอาบน้ำแร่และนวดแผนโบราณ
ความใสสะอาดและอุณหภูมิร้อนกำลังดีของน้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อน ทำให้มันเป็นที่เที่ยวแสนผ่อนคลายในทุกฤดูกาล การได้แช่ตัวอยู่ในน้ำแร่ธรรมชาติย่อมดีกว่าการแช่ตัวอยู่ในน้ำอุ่นที่บ้านเป็นไหนๆ วันหยุดนี้ก็อย่าลืมมาพักผ่อนกายใจด้วยการแช่ตัวหรือจุ่มเท้าลงในบ่อน้ำพุกันนะคะ

ใกล้เคียง