
กองปราบปรามหลังได้รับแจ้งเบาะแส มีแก๊งค์หลอกลวงขายลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มีเหยื่อหลงเชื่อสูญเสียเงินหลักล้าน ทำให้เจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบและสามารถเข้าจับกุมได้

ล่าสุดสามารถจับกุม นายสุทธิศักดิ์ ธรรมสังวาลย์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ม.3 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ จ.595/2560 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” พร้อมของกลาง ธนบัตรใบละ 1,000 บาท จำนวน 1 ใบ, ธนบัตรปลอม 1,000 บาท จำนวน 104 ใบ โดยจับกุมได้ที่ร้านล้างรถ ริมถนนบางกรวย-กรุงเทพฯ ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

โดยมีขั้นตอนกับพวกอีก 3 ราย โดยการแบ่งกันทำหน้าที่ในการแสดงละครตบตา ซึ่งตนนั้นจะทำหน้าที่รับเป็นนายหน้าขายที่ดิน แต่งตัวดี พกเงินสดจำนวนมาก และหาเหยื่อตามป้ายรถเมล์ ขั้นตอนคือการทำทีเข้าไปพูดคุยเรื่องทั่วไปก่อน จะมีเพื่อนเข้าร่วมโดยเป็นคนขายของหาบเร่ต่างด้าว ที่มีการถูกสลากรางวัลที่ 1 และไม่สามารถนำไปขึ้นเงินได้ หลังจากนั้นตนทำทีว่าจะเข้าไปขอซื้อสลากต่อ ทำทีพูดคุยสอบถามเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ ก่อนจะเริ่มชักชวนเหยื่อที่ตนเองนั้นคุยไว้ก่อนหน้านี้ และถ้ามีเหยื่อหลงเชื่อก็จะมีการให้เหยื่อไปกดเงินสดในตู้เอทีเอ็มมาให้ ก่อนจะให้เหยื่อนำไปรอรับรางวัล หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันหลบหนีและแบ่งเงินกัน ซึ่งมีเหยื่อหลงเชื่อแก๊งนี้หลายรายมีมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

นายสุทธิศักดิ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนร่วมกับพวกตระเวนออกหาเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุและดูมีฐานะ ก่อนที่จะเข้าไปตีสนิท แล้วหลอกให้ซื้อลอตเตอรี่ปลอม โดยทำมาแล้วกว่า 5 ปี ได้ส่วนแบ่งในการหลอกแต่ละครั้งหลายแสนบาท รวมแล้วกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยถูกจับในคดีฉ้อโกงมาหลายครั้ง แต่ก็ได้เจรจาจ่ายค่าเสียหายไปหมดแล้ว “ผมยอมรับผิดในการกระทำที่ผ่านมา หากติดคุกแล้วออกมาผมจะไม่กลับไปหลอกลวงอีก โดยจะอยากจะฝากเตือนประชนให้ระมัดระวังพฤติกรรมของมิจฉาชีพลักษณะแบบนี้”

ภายหลังการสอบสวนจึงประสานให้พนักงานสอบสวนสน.ดอนเมือง มารับตัวผู้ต้องหารายนี้ไปดำเนินคดี ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งอีก 3 ราย อยู่ระหว่างติดตามจับกุม สำหรับผู้ต้องหารายนี้ตรวจสอบประวัติพบยังมีหมายจับในคดี “ร่วมกันฉ้อโกง” อีกจำนวน 6 หมายจับ ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี และที่ผ่านมาเคยถูกออกหมายจับมาแล้วถึง 19 หมายจับอีกด้วย







