เมื่อหัวใจ “รักคนมีเจ้าของ” หมดทั้งใจ กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง

4,137


สวัสดีครับ สำหรับคนอื่นความรักคืออะไรแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันเสมอไป สำหรับผมเองแล้วรัก คือความเข้าใจกัน และผมกับน้องคนนี้ (อายุห่างกัน 1 ปี ผม 24 น้อง 23) เราก็เข้าใจกันดีมาตลอดระยะเวลา (5 ปี) ที่รู้จักกันในฐานะพี่ชาย
เรารู้จักกันครั้งแรกตอนรับน้องของมหาลัยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราคุ้นเคยกันจากการเป็นพี่รหัส น้องรหัสเมื่อก่อนเรามักจะชวนกันไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นประจำ ทานข้าว ดูหนัง ร้องเพลง หรือทำกับข้าวทานด้วยกันเป็นแบบนี้มาตลอดสมัยเรียน จนกระทั่งผมต้องย้ายที่เรียน แต่เราก็ได้ติดต่อกันเป็นระยะๆ เพราะเราเข้าใจกันและคุ้นเคยกันดี แต่ก็เป็นได้แค่พี่ชายคนนึ่ง ในช่วงเวลาก่อนที่ผมจะไป ก็มีผู้ชายคนนึ่งเข้ามาในชีวิตของน้อง จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เรียกว่าแฟน หลังจากนั้นเราก็ห่างกัน และผมก็ต้องไปเรียนที่อื่นกระทั่งหลายปีต่อมา วันที่ผมกลับมา ได้ทราบว่าทั้งคู่มีปัญหากัน ฝ่ายชายสนใจแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ดูแลเอาใจใส่ไม่สนใจยามเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่แม้แต่จะพาไปหาข้าวกินเหมือนตอนมาจีบกันใหม่ๆ ระยะห่างของทั้งสองตรงนี้เองทำให้เกิดช่องว่างที่มีผมเข้าไป ผมกลายเป็นคนที่คอยไปรับไปส่ง พาน้องไปทานข้าว หาซื้อข้าวหาซื้อยามาให้ในเวลาที่น้องไม่สบาย เราไปเที่ยวที่ต่างๆด้วยกันสองคน ชอบไปไหนมาด้วยกันสองต่อสอง ไม่ว่าจะทานข้าวไปเที่ยว ไปซื้อของ หรือแม้กระทั่งพาน้องไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัด จนส่วนตัวผมเองนั้นเกิดความรู้สึกผูกพันธ์ คิดมากเกินกว่าพี่ชาย
คืนนั้น เราก็นั่งคุยกันทางแชทในเฟสบุ๊ค ผมรวบรวมความรู้สึกที่มีอยู่ภายในใจ สารภาพไปตามตรงว่าพี่รู้สึกดีกับน้องมากแค่ไหนและพี่ก็เข้าใจดีว่าน้องยังรักผู้ชายคนนั้นอยู่ ผมเองกลับเลือกที่จะเป็นฝ่ายรอ น้องเขาก็ดีใจที่ผมรู้สึกแบบนี้ผมเลือกที่จะยอมรับสิ่งที่เป็นอยุ่ และแบกรับความเจ็บปวดมาตลอดเวลาที่รอคอยอย่างไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งน้องได้เอ่ยปากพูดว่า น้องจะตัดใจจากเขาหลังหลังปริญญาเดือนหน้า เพราะผู้ชายคนนั้นไม่ดูแลเอาใจใส่หรือแม้กระทั่งเรียนจบแล้วก็ไม่คิดจะทำงานทำการอะไร ใจหนึ่งผมก็รู้สึกดีที่รู้ว่าต้องรออีกไม่นาน แต่ใจหนึ่งผมเองก็คิดว่าทำไมต้องรอไปเรื่อยๆถึงเพียงนี้ ถ้าเขาไม่รักกันแล้วเราจะเลิกกันเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ที่รู้ๆมาจากเพื่อนก็คือเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันมานานสักพักแล้ว ไม่ได้โทรหากัน อย่างมากแค่ติดต่อกันใน Line หรือเขากำลังห่างกันจริงๆ และคำถามเดิมที่วนอยู่ในหัวคือทำไมต้องรอเวลา
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราดำเนินร่วมกันล้วนเป็นการให้ความหวังแบบที่ผมรู้สึกได้โดยตรง ว่าเขาก็มีความสุขทุกครั้งที่เราได้อยู่ด้วยกัน กระทั่งเพื่อนผมคนหนึ่ง ได้ถามผมว่า “สิ่งที่แกทำอยู่นี่เจ็บไหม” ผมบอกไปเลยว่า “เจ็บแต่ก็จะทน เพราะรักเขาไปแล้วทั้งใจ ไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ” จากนั้นเพื่อนก้พูดต่อว่า “เคยคิดบ้างไหมว่าสิ่งที่เป็นอยู่ ก็แค่มาเติมเต็มส่วนที่เขาขาดหายไป แฟนเขาไม่พาไปเที่ยวใช่ไหม แฟนเขาไม่พาไปกินข้าว ไม่มีเวลาให้ใช่ไหม มันไม่ดูแลน้องเขาใช่ไหม แต่สิ่งที่แกทำมันมาเติมเต็มส่วนนี้ให้เขา แกพอจะคิดได้ไหม ว่าแกอยู่ในฐานะอะไร”ผมก็นิ่งไปสักพัก สิ่งเหล่านี้มันวนเวียนอยู่ในหัวมาตลอด แต่ก็ยังคงหลอกตัวเองว่าเขาคงมีใจให้ เขาถึงทำกับเราแบบนี้และได้ตอบเพือนไป “ถ้าขาไม่มีใจ ทำไมเขาต้องให้ความหวังวะ เจ็บนะ เหนื่อยนะ แต่ก็ยอม ตอนนี้ไม่รู้จะถอนตัวออกมายังไงมันถล่ำลึกเข้าไปและรักเขาหมดทั้งใจไปแล้ว จะเผื่อใจตอนนี้ก้ไม่ทัน” เพื่อนก้ได้แต่พูดให้ไปสนใจผู้หญิงอื่นเถอะแต่ผมเอง ก็ยังทำไม่ได้จริงๆ เวลาได้คุยกับน้องก็ยังรู้สึกดีเหมือนเดิม พยายามจะออกห่าง ทำเท่าไหร่ก็หักห้ามใจไม่ได้จนสิ่งที่เพื่อนพูด มันวนเวียนอยู่ในหัว เกิดเป็นความเครียด เกิดเป็นน้ำตาที่หลั่งไหลออกมา โดยที่ไม่ต้องพุดไม่ต้องสื่ออะไรมันยากเกินกว่าจะอธิบายออกมา ว่าความรู้สึกเป็นอย่างไร
ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ ส่วนตัวผมเองก็ยังคอยทำหน้าที่เหมือนเดิม แต่ก็ให้เวลากับตัวเองได้คิดเรื่องนี้มากขึ้น พยายามไม่เครียดแต่ก็เครียดเหมือนเดิน เพราะวันๆอยู่คนเดียว ห้องทำงานก็มีคนเดียว เวลาว่างก้ไปเที่ยวที่ต่างๆ ถ้าไม่ไปกับน้องก็ไปคนเดียวเดินเล่นบ้าง นั่งทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาบ้าง แต่ก้ไม่เคยหลุดพ้นหรือถอยห่างออกมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว มิหนำซ้ำ ยังรุ้สึกดีกับน้องมากขึ้นทุกๆวัน ทั้งๆที่ตัวเองต้องขึ้นรถไปเปิดเพลงงดังๆกลบเสียงร้องไห้และรอยน้ำตาที่กำลังไหลอยู่ แบบนี้หรือเปล่าที่ตัวกับใจเราไม่ตรงกัน หรือมันตรงกัน หรือมันเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่พลาดคือไปรักคนมีเจ้าของ ทุกวันนี้อยากรู้ว่าสำคัญแค่ไหนถ้าไม่รู้สึกดีด้วยกันจริงๆ ทำไมต้องมารั้งกันไว้ ทำไมไม่อยากให้ไปมีแฟน ทำไมต้องให้ความหวัง หรือถ้ารักกันจริงๆ ทำไมไม่เลิกกับเขาสักที หรือความสำคัญมันไม่เท่ากัน ผมควรทำอย่างไรดี จะพุดตรงๆ จะถามตรงๆเลยก้ไม่กล้า
ขอบคุณครับ อย่างน้อยก้ได้ระบายให้ใครสักคนได้อ่านเรื่องไร้สาระของผม

ใกล้เคียง