7 คำถาม ก่อนตัดสินใจ “เราเลิกกันเถอะ”

7,697


ความสัมพันธ์ที่เคยหวาน คงไม่มีใครอยากให้มันจบลง ยิ่งนานวันความผูกพันก็ยิ่งลึกซึ้ง ยังรู้สึกตรึงใจจนไม่แน่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี…
เมื่อพลั้งปาก ยากจะเอากลับคืนมาคิดให้ดีๆ ก่อนที่จะเผลอหลุดปาก เพราะความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อกัน ยากจะเอาคืนมาได้ ยิ่งถ้าบอกในขณะที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึง หรือไม่เคยรู้สึกว่ามันมีอะไรร้ายแรงขนาดนั้น แถมยังเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ดีอยู่ จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตกใจ เมื่อฝ่ายไหนหลุดปาก จากความสัมพันธ์ที่ดี จะเปลี่ยนเป็นแขวนอยู่บนเส้นด้ายขึ้นมาในทันที ก่อนจะหลุดปากพูดคำนี้ กลั่นกรองดีแล้วหรือยัง?
ยังเหลือเยื่อใยอยู่มากน้อยแค่ไหน?ลองถามตัวเองดูก่อนว่า ความรู้สึกรักที่เคยมีให้กันมันลดลงไปมากแค่ไหน จากที่เคยใกล้เปลี่ยนเป็นไม่อยากเข้าใกล้กัน ขนาดนั้นเลยหรือเปล่า? ปัญหาที่มีระหว่างเรานั้นคืออะไร ถ้าคิดว่ายังพอแก้ไขได้ ก็อาจยังไม่จำเป็นต้องคิดถึงการเลิกรากัน ควรลองพยายามปรับและทำสิ่งดีๆ ต่อกันและกันดูก่อน เพราะคู่รักหลายคู่ต่างก็เคยผ่านจุดนี้มาแล้วด้วยกันทั้งนั้น บางทีตัดสินใจเลิกกันไปแล้ว คุณอาจสูญเสียคนที่รู้ใจคุณมากที่สุดคนหนึ่งไปตลอด
มีมือที่สาม เข้ามาแทรก?ความเจ้าชู้ที่อีกฝ่ายมี หรือเป็นคุณเองที่เป็นคนก่อปัญหานี้เสียเองก็ตาม เข้าใจได้ว่า ไม่ฝ่ายใดก็ต้องรู้สึกแย่เอามากๆ แต่แล้วมันสามารถระงับ ยับยั้งไม่ให้บานปลายได้ไหม? สามารถดึงเขาหรือเรากลับมาได้หรือเปล่า เพราะบางทีอาจมีเผลอไป แต่กรณีฝ่ายใดหมดรัก หรือพลาดพลั้งจนยากแก้ไข ก็อย่าด่วนใช้อารมณ์ตัดสินความสัมพันธ์ครั้งนี้ ต้องมีหลักฐานให้แน่ใจ ไม่ใช่แค่มีใครมาเป่าหูอยู่ซ้ำๆ
คุณกำลังใช้ “การเลิกกัน” เป็นข้ออ้าง เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจเหนือกว่าอีกฝ่าย?พอผ่านช่วงโปรโมชั่นของความรักมาแล้ว คุณก็จะเห็นตัวตนของกันและกันมากขึ้น และส่วนใหญ่ไม่มีใครพอใจใคร ในทุกๆ ด้านเหมือนวันที่ตกหลุมรักกันใหม่ๆ หรอก ลองถามตัวเองดูว่า คุณอยากเลิก เพราะคุณโมโหคู่รัก และใช้สิ่งนี้เป็นอำนาจให้อยู่เหนือกว่าเขาหรือเปล่า ทำนองให้เขากลับมาง้อคุณ หรือต้องการแค่คำขอโทษ หรืออยากให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง(ให้ได้ดั่งใจ) หากคำตอบคือใช่ ก็ขอให้ระวังเอาไว้ เผื่อว่า คู่ของคุณเกิดสนใจในข้อเสนอขึ้นมาจริงๆ คนที่น้ำตาตกใน บางทีอาจเป็นตัวคุณเอง

คุณสามารถปรับทัศนคติหลังจากเลิกรากันไปแล้วได้จริงๆ ใช่ไหม?ทัศนคติของคุณจะเป็นตัวตัดสิน ว่าชีวิตแบบไหนเป็นสิ่งที่คุณต้องการ หลังจากเลิกรากันไปแล้ว คุณจะเข้มแข็ง เลือกทางเดินชีวิตใหม่ หรือรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างกรณีมีบุตรด้วยกัน จัดการกับสิ่งของที่เคยซื้อหรือใช้ร่วมกัน ฯลฯ และก้าวข้ามความผิดพลาดนี้ไปได้ไหม หรือคุณยังรู้สึกเจ็บปวด รู้สึกแค้นเคือง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้กระทำ หรือถูกกระทำ ระหว่างกลับไปแก้ไขกับเริ่มต้นใหม่ อย่างไหนจะให้ผลที่ดีกว่ากัน…ก็จงลองชั่งน้ำหนักดูให้ดี
การเลิกรา ไม่ทำให้คุณสองคนกลับมาดีต่อกันได้ง่ายๆ แม้คุณคิดเลือกการเลิกรา คือทางออก เหตุผลเพียงเพราะว่าคุณไม่ต้องการอยู่กับคนๆ นี้อีกต่อไปแล้ว อาจเพราะเรามีเป้าหมายต่างกัน เข้ากันไม่ได้ ไม่ใช่ว่าทะเลากันแต่อย่างใด แต่ถ้าคุณหวังว่า การเลิกราจะหมายถึง คนสองคนต่างแยกย้ายไปทำสิ่งดีๆ ที่เราต่างมีคนละเป้าหมาย ถ้าเจอหน้ากันเมื่อไหร่ ก็ค่อยทักทายไปตามประสาของคนรู้จักกัน แต่นั่นจะทำให้คุณเหนื่อยใจไม่น้อย และมีความเป็นไปได้น้อยเหลือเกินที่คนเคยรักกันจะทำแบบนั้น
เคยคิดถึงแง่ลบของการเลิกราบ้างไหม?คล้ายการเปลี่ยนย้ายงาน เช่น คิดว่างานใหม่ จะต้องมีสวัสดิการและเพื่อนร่วมงานที่ดีกว่านี้ ทางออกที่มีก็คือ การลาออกสถานเดียว แต่พอเอาเข้าจริง ที่ทำงานใหม่กลับมีข้อด้อยมากกว่าที่เดิม จนเริ่มรู้สึกนึกถึงข้อดีของสิ่งเก่าๆ กรณีคนรักของคุณก็อาจเข้าข่ายเดียวกัน เมื่อคุณคิดเลือกจะเลิกรา เพราะคิดว่าน่าจะส่งผลดีต่อตัวเองมากที่สุด แต่พอเลิกไปกันแล้ว กลับไม่มีคนคอยเตือน คอยบอก กลับพาให้ชีวิตแย่กว่าที่เคยเป็นมา…

ใกล้เคียง