
สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งความจาก นายบุญช่วย มูลธรรม อายุ 32 ปี พนักงานช่างเทคนิคบริษัทแห่งหนึ่ง ว่าตนได้ถูก น.ส.อริสาแม่ค้าสาวขายของออนไลน์หลอกให้จัดพิธีหมั้นก่อนหอบสินสอดเงินสด 50,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 25 สตางค์ และหลบหนีไปโดยไม่ให้ตนได้เจอหน้าอีกเลย

ตนรู้จักกับ น.ส.อริสา เมื่อวันที่ 3 ก.ย. โดย น.ส.อริสา ได้ขายสินค้าอยู่ที่ตลาดแห่งหนึ่งย่านนวนคร หลังจากรู้จักกันได้ไม่นาน น.ส.อริสา ได้พาเข้าบ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อไปถึงที่บ้านทางแม่ของ น.ส.อริสา ก็บอกกับตนว่าจะมาคบกันแบบนี้ไม่ได้และอยากให้ตนหมั้นกับลูกสาว ซึ่งตนก็คิดว่าถ้าทางแม่ของ น.ส.อริสา ต้องการแบบนั้น ตนก็ยินยอมเพราะเห็นเป็นผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิง

“จากนั้นผมได้เสนอเงินหมั้นไป 20,000 บาท แต่แม่ของ น.ส.อริสา ไม่ยอมบอกว่าต้อง 50,000 บาท เพราะญาติๆ ทางบ้านที่ จ.อุดรธานี บอกมาเช่นนั้น ซึ่งผมก็ยินยอมไปกดเงินมาอีก 30,000 บาท และตกลงหมั้นกันวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคืนก่อนวันหมั้นผมได้ไปเห็นไลน์ของฝ่ายหญิงที่คุยกับผู้ชายอีกคนหนึ่งในเชิงชู้สาว ซึ่งผมก็ถามว่าจะหมั่นกับพี่แล้วทำไมต้องไปคุยกับคนอื่น ฝ่ายหญิงก็บอกว่ายังไม่ได้แต่งงานกันจะคุยกับใครก็ได้ และเช้าวันหมั้นผมได้พาญาติๆ มาที่บ้านของฝ่ายหญิง พร้อมเงินสด 50,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 25 สตางค์ มาทำพิธีหมั้น”

หลังจากที่หมั้นกันเสร็จแล้ว ตนก็ไม่ได้เจอหน้ากับ น.ส.อริสาอีกเลย เพียงแต่คุยกันทางโทรศัพท์หรือทางไลน์เท่านั้น และทางแม่ของ น.ส.อริสา ที่บอกกับตนว่าเมื่อหมั้นกันเสร็จแล้วก็จะให้ตนเข้าไปอยู่ในบ้าน มาถึงวันนี้ตนก็ยังไม่ได้ย้ายเข้าไปอยู่แต่อย่างใด และก็ไม่เจอแม่ของน.ส.อริสาด้วย โดยตนก็ได้พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับ 2 แม่ลูกคู่นี้ จึงพบว่าทั้ง 2 คน มีพฤติกรรมหลอกขายสินค้าออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต เพราะให้ลูกค้าโอนเงินมาให้ก่อนแต่จะไม่ส่งสินค้าให้ ซึ่งขณะนี้มีคนถูกหลอกแล้วเป็นจำนวนมาก และที่ตนมาแจ้งความวันนี้เพียงอยากจะได้เงินคืนเท่านั้น

ตรวจสอบที่บ้านพักของน.ส.อริสากับแม่ ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านไทยธานี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ปรากฏว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกปิดเงียบ โดยมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ในบ้านเพียงคันเดียว จากการสอบถามเพื่อนบ้านบอกว่า ไม่ค่อยเห็นเจ้าของบ้านหลังนี้เข้ามาที่บ้านเลย นานๆจะมาสักครั้งหนึ่ง ทราบแต่เพียงว่าเจ้าของบ้านนี้มีอาชีพขายของเท่านั้น







