เมื่อโดนเพื่อนสนิทแทงข้างหลังมันเจ็บดีนะครับ

5,180


สวัสดีครับพี่ๆน้องๆชาวพันทิปทุกท่าน วันนี้ผมก็มีเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองมาเล่าให้ฟังเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนได้ฟังกันครับผมขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันครับ ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่สนิทมาก สนิทจนรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดีว่าเป็นยังไงคือมองตากันแล้วรู้เลยว่าคิดอะไรอยู่ ผมกับเพื่อนผมเป็นเพื่อนกันมาจะเจ็ดปีได้แล้วครับ เพื่อนผมเป็นคนที่ไว้ใจได้ตลอด เชื่อใจได้ทุกอย่างเลยก็ว่าได้(แต่ก่อน) ต่อมาไม่นานพวกเราก็จบมอปลายและได้แยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งผมกับเพื่อนสนิทเรียนคนละจังหวัดแต่เป็นจังหวัดติดกัน ตอนเรียนแรกๆชีวิตก็ราบรื่นดีครับไม่มีปัญหาอะไรเลยจนช่วงหนึ่งทางมหาลัยของผมได้จัดกีฬาเฟรชชี่ขึ้น นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมรู้จักกับคนๆหนึ่งชื่อเอ(นามสมมุติ)ซึ่งเรียนอยู่คณะเดียวกันกับผม ผมกับเอนั้นได้เล่นกีฬาเดียวกันและเราก็เหมือนจะสนิทกันเป็นพิเศษ ผมก็ได้แอบปลื้มเขาและได้ส่งรูปเขาไปเม้าท์มอยกับเพื่อนสนิทคนนี้แหละครับเพื่อนผมก็เหมือนแซวๆเฉยๆ(ตอนนั้นเพื่อนผมก็มีแฟนอยู่แล้วครับเลยไม่รู้ว่าจะมาชอบกับเรา) ระหว่างนั้นเราได้ซ้อมกีฬาด้วยกันและผมเองก็ได้โอกาสไปติวไปสอนการบ้านให้เอโดยที่เอเป็นคนบอกให้ไปติวให้เพราะเอรู้ว่าผมสามารถติวให้เขาได้ระดับหนึ่ง ต่อจากนั้นเวลาเราเจอหน้ากันก็ยิ้มให้กันบ่อยๆและคุยใน Facebook เป็นการส่วนตัว แล้วเราก็เป็นคนที่ชอบแค็ปแชทไปให้เพื่อนดู(ซึ่งพวกเราจะรู้กันว่ามันเป็นเรื่องปกติในกลุ่มเพื่อนด้วยกัน) เพื่อนผมคนนี้ก็แบบเหมือนจะระริกระรี้นิดหน่อยแต่ผมก็ไม่ได้สนใจเพราะเป็นอาการธรรมชาติของนาง และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เพื่อนผมไปกดเพิ่มเพื่อนนายเอ แรกๆเพื่อนผมก็กดไลก์ไปเป็นธรรมดาเพราะเพื่อนผมก็มีแฟนอยู่แล้ว สองสามเดือนต่อมาผมกับนายเอก็ไม่ได้คุยกันอยู่แล้วเพราะต่างคนต่างเรียนหนักและกิจกรรมเยอะแต่ไม่นานนายเอได้ทักผมมาอีกครั้งเพื่อให้ไปติวการเขียน essay ให้ ผมก็ตกลงว่าจะไป เอเขาก็อาสาจะมารับมาส่งถ้าติวเสร็จแต่ผมก็บอกจะไปเอง คือเรารู้แล้วว่านายเอนี่อ่อยเราสุดริดทั้งส่งสติ๊กเกอร์หัวใจพูดเพราะเป็นพิเศษมากๆเราก็แอบยิ้มๆ(บางทีคนเรามันก็รู้โดยเซนต์นะครับ) แต่ในเวลากระชั้นชิดมากทั้งงานผมก็เยอะเลยไม่ได้ไปเอเขาก็เข้าใจเพราะเขาเห็นเรายุ่งๆในห้องเรียน..ผมขอตัดตอนเลยแล้วกันครับ(เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงสอบและปิดเทอมไม่ได้เจอกัน)..วันปีใหม่ที่ผ่านมาผมก็ไป HNY เค้าเป็นปรกติและมันทำให้ผมอึ้งมากก็คือ เอ: คนนี้ใครเหรอ (พร้อมบันทึกภาพหน้าจอแล้วส่งมาให้ผมดู)เรา: อ่อๆเพื่อนสนิทเรานี่และชื่อบี(นามสมมุติ) เรียนคณะ… มหาลัย… สนิทมากเพื่อนรักเพื่อนหวงเลยแหละ ทำไมเหรอเอ: เปล่า เห็นเขาชอบมากดหัวใจให้เลยลองส่องเรา: (อารมณ์จะปรี๊ดแตก) อ๋อ นางคงชอบมั้ง (ประชดใส่) ลองทักบีไปสินางรออยู่(ประจวบเหมาะกับนางเลิกกับผัวพอดี สงสัยเหงา เลยไปกดหัวใจอ่อยเขา)เอ: ไม่กล้าหรอก เขาไม่ชอบหรอกเรา: @#@#$%@!%%&^@
หลังจากวันนั้นไม่กี่วันนายเอก็ทักไปหาเขา(ยอมรับนะครับว่าเพื่อนสนิทผมคนนี้หน้าตาดีกว่าผมมาก สูงกว่า ขาวกว่า โดยรวมทางกายภาพแล้วดูดีกว่าทุกอย่าง) เราก็พอเข้าใจแล้วล่ะว่าเขาคงชอบกันเห็นคุยกันหลายอย่างเลยทีเดียว อย่างว่าละครับแค่หน้าตาดีกว่าเขาก็เลือกและไปหากันตั้งแต่วันแรกที่คุยกันโดยนายเอไปหานางบีถึงหอ(บ้านเออยู่จังหวัดเดียวกันกับมหาลัยที่บีเรียน) อีกอย่างที่ผมรู้หนะเหรอครับว่าไปหากัน นางก็ส่งรูปมาให้ดูในกลุ่มเพื่อนครับว่าเอไปหา ผมถึงกับเงิบเลยทีเดียว ผมเลยได้แต่แอบซึมๆไปอยู่พักหนึ่ง ผมได้แต่คิดว่าเพื่อนที่สนิทกับเรามันทำกันแบบนี้เหรอ รู้ว่าคนนี้เราชอบ ชอบมากๆ แต่เขาก็ยังไปอ่อยไปกดหัวใจให้เขา ผมคิดไว้เสมอนะครับว่าถ้าเพื่อนคุยกับใครผมก็จะไม่ยุ่ง แต่นี่อะไรไม่เห็นแม้แต่หัวเรา ก็อย่างว่าละครับระยะห่างและสภาพแวดล้อมมันทำให้คนเปลี่ยนจากเพื่อนสนิทกลายไปเป็นคนอื่น ไปคบกันกับคนที่เราชอบทั้งๆที่เราเจอก่อนและรู้อยู่แก่ใจว่าเราชอบ ถ้าถามว่าผมให้อภัยไหมผมตอบเลยนะครับว่าผมพร้อมให้อภัยเพื่อนผมเสมอ แต่ผมอยากรู้แค่ว่าทำไมถึงไม่มาถามมาบอกผมดีๆทั้งๆที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งจะเจ็ดปีเรื่องแค่นี้จะคุยกันไม่ได้เลยเหรอ ผมเป็นคนใจๆแฟร์ครับ ถ้าอยากได้นักก็เอาไปแค่มาบอก แต่นี่ไม่บอกมันก็เท่ากับมาแทงข้างหลังมาหักหลังกันชัดๆ
แต่ถ้าถามผมว่าทำไมผมถึงมาตั้งกระทู้ ทำไมไม่ไปเคลียร์กับให้มันจบๆ ผมก็จะขอตอบว่า บางทีคนๆหนึ่งมันก้ไม่มีที่ระบายขนาดนั้นครับ

ใกล้เคียง