เคยคุยกับใครสักคนที่ทำทุกอย่างเหมือนเป็นเเฟน แต่ไม่ได้คบกันมั้ย ?

2,700

เราเจอกันเมื่อ 2 ปีที่แล้วคะ เจอกันในที่ที่ไม่ควรจะเจอ และในสถานะที่ต่างกันมากกกกเขาค่อนข้างมีหน้ามีตาทางสถานะสังคม เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยส่วนฉันมันก็เป็นแค่นักศึกษาปี 1 ตัวดำๆ หัวฟูๆ ไม่มีไรดีเลยอ่ะความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน คือแรกๆเขาก็วางตัวปกติ ธรรมดา อาจจะเป็นเพราะว่าเขาสามารถที่จะจำชื่อนักศึกษาที่เขาสอนได้เกือบทุกคน แล้วเราก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาสอนฟิสิกส์คะ ครั้งแรกที่เจอกันมันเกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้น เหมือนแบบคนนี้อ่าใช่เลย พ่อของลูกก 555 แต่ตอนนั้นยังไม่ทราบนะคะว่าเขาโสดรึป่าว ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างปกติอย่างที่มันควรจะเป็นแหละ แต่ที่ฉันกับเขาได้คุยกันมากขึ้นก็เพราะว่า เขาคิดว่าเราไม่ตั้งใจเรียน สอนอะไรก็ไม่ฟัง ไม่จด ไม่ทำโจทย์ จะให้ทำได้ยังไงละ มายืนเฝ้าอยู่ข้างโต๊ะ แล้วก็บ่นๆ คือตอนนั้นไม่ชอบมากก ทำไมต้องทำแบบนี้ ไปซิ เดินไปโต๊ะอื่น 555 เกริ่นมาซะนาน คือเรื่องมันเริ่มจากเรานี่แหละ พี่ที่เรารู้จักอยากเห็นรูปของอาจารย์คนนี้ เราเลยบอกว่าจะหามาให้ เราเลยลองใช้อีเมลล์ที่เขาเคยให้ไว้เเอดเฟสบุ๊คไป คืออันที่จริงเราไม่จำเป็นต้องแอดก็ได้ แค่ส่งลิ้งค์เฟสให้พี่เขาก็พอ แต่ไม่รู้เพราะอะไรที่ทำให้เรากดแอดเฟรนไป เขารับเร็วมากเลยคะ แล้วก็เป็นฝ่ายที่ทักมาด้วย คุยกันทุกวัน แล้วก็ตอบเร็วมากๆ ตอนนั้นแบบโคตรมีความสุข แบบขอให้ได้แค่นี้ คุยแค่นี้ก็ได้ เวลาเจอกันในห้องเรียนก็แอบเขินกันคะ คุยกันในแชทนี่ไม่เขิน พอเจอหน้าแทบไม่กล้าสบตา อิอิ เราคุยกันบ่อยขึ้น สรรพนามที่ใช้เรียกกันก็เปลี่ยนไปคะ จากอาจารย์ เป็นผู้ใหญ่ เราใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าเด็กน้อย มีส่งเพลงให้ฟังเกือบทุกคืน เราก็คุยกับเขาแบบไม่ได้หวังผลอะไรเลยนะ ข้อทรงข้อสอบนี่ ไม่มี เป็นวิชาเดียวที่เราสอบตกตอนนั้น เราจำได้ 555 เหมือนเขาเข้ามาเป็นแรงบันดาลใจ แรงผลักดัน ที่ให้เราทำทุกอย่างให้ดียิ่งขึ้นไป ทำไม่ได้ก็พยายามทุกอย่าง ขยันอ่านหนังสือ ทำโจทย์ ทำการบ้าน เราอยากให้เขาภูมิใจ แต่ระหว่างนั้นมันก็มีบางอารมณ์ที่แอบน้อยใจคะ เพราะว่าเราคุยกันแบบนี้ รู้กันแค่ 2 คนนะ แต่กลุ่มเพื่อนสนิทเขาก็พอสังเกตได้คะ จากอาการทั้งของเขาและของเราเอง เราก็เข้าใจนะว่าเขางานเยอะ ยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลา และเราสองคนก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ได้ระบุสถานะของกันและกัน คุยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราเลยไม่รู้ว่า เรามีสิทธิ์มากแค่ไหน เราสามารถทำอะไรได้บ้าง ดูแลเขาได้มากแค่ไหน ระหว่างที่คุยกันมา เราก็พอรู้แหละว่าเขาไม่ได้คุยกับเราแค่คนเดียว เขาก็คงมีคนที่เหมาะสมกับเขาในทุกๆทางอยู่แล้ว หรือไม่ก็เป็นผู้ชายเจ้าชู้ประตูดิน คุยกับคนใครต่อใครเยอะแยะ เรื่องแบบนี้ของเขาค่อนข้างหนาหูคะ แต่เราเลือกที่จะปฏิเสธรับสิ่งเหล่านี้ และในบางครั้งก็พยายามที่จะตัดใจนะ แต่เหมือนเขารู้เลยว่าเรากำลังจะเดินออกมา เรากำลังจะตัดใจ เขาก็จะเข้ามาทำทุกอย่างเหมือนเดิม เหมือนตอนแรกๆ ดูแลเอาใจใส่ สุดท้ายเราก็ตัดใจไม่ได้ เป็นแบบนี้เรื่อยๆมา 2 ปีล๊ะ จนตอนนี้เราเริ่มรู้สึกว่าเราไม่ไหวแล้ววะ เมื่อก่อนก็ขอแค่ได้มองอยู่ห่างๆเห็นเขาสุขเราก็สุข แต่ตอนนี้เหมือนมีความโลภ เริ่มอยากได้เขามาอยู่ในครอบครองของตัวเอง อยากเป็นเจ้าของเขา แต่เราก็พอจะนึกถึงความเป็นจริงได้ว่ายังไงเรื่องของเรากับเขาไม่มีทางที่จะเป็นจริงได้เลย คนอะไรจะรอคนคนอีกคนได้หลายๆปี เขาก็อายุเพิ่มขึ้นทุกปีๆ พ่อกับแม่เขาก็คงอยากให้เขาเเต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งแน่นอนคนๆนั้นไม่ใช่เรา พูดถึงเรื่องนี้แล้วสกิดต่อมเลยคะ เขาเคยบอกว่ารีบเรียนให้จบนะ รออยู่นะรู้มั้ย? T______________T น้ำตาไหลพรากกกก สุดท้ายยังไงเราก็ต้องเดินออกมาจากเขาให้ได้ ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาน้ำตานี่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน เขาเข้ามาสร้างความสุข สร้างอะไรๆหลายอย่าง ขอบคุณนะผู้ใหญ่ ขอบคุณที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างในตัวของเด็กคนนี้ ขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจ และแรงผลักดัน ขอบคุณที่คอยดูแล ให้กำลังใจ ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน ขอบคุณที่เข้ามาทำให้เด็กน้อยคนนี้ได้สัมผัสคำว่ารัก ขอบคุณคะ
ปล. เด็กน้อยใกล้เรียนจบแล้วนะ :’)

ใกล้เคียง