
เมื่อคืนแฟนๆ ที่ได้ชมละครเรื่อง นาคี คงจะได้เห็นการพูดถึงเรื่อง ?ว่านดอกทอง? หรือ?ว่านราคะ?
ซึ่ง ลำเจียก (อุ้ม-ลักขณา วัธนวงส์ศิริ)
โดนบริวารของเจ้าแม่นาคีปลอมตัวเป็นคนแก่มาขายดอกไม้
เพื่อต้องการให้ลำเจียกดมแล้วเกิดอาการกำหนัด (หรือเกิดความใคร่)
จุดประสงค์ของนางบริวารคือต้องการให้ลำเจียกไปทำลายพรหมจรรย์ของท่านหมอ
อินทร์ (ร่ายมาซะยาว อยากรู้มากกว่านี้ไปเปิดย้อนดูกันต่อนะจ๊ะ)
กลับมาที่เรื่อง ?ว่านดอกทอง?
เป็นเกร็ดความรู้จากละครในวันนี้ที่เรานำมาฝากค่ะ น้องๆ
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ ว่ามันเป็นว่านโบราณที่มีอยู่จริง
และตอนนี้ก็ใกล้สูญพันธ์แล้วด้วย..
ทำความรู้จัก ว่านดอกทอง

ว่านดอกทอง ภาพ:: www.flickr.com
ชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ
นอกจากเรียกว่า ว่านดอกทอง แล้ว ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกมากมาย
ยกตัวอย่าง ว่านมหาเสน่ห์,รากราคะ, ว่านรากราคะ, ว่านมหาเสน่ห์ดอกทอง,
ว่านดอกทอง, ว่านดอกทองแท้, ว่านดอกทองตัวผู้, ว่านดอกทองตัวเมีย,
ว่านดินสอฤาษี, ว่านดอกทองกระเจา เป็นต้น
ว่านดอกทอง มีชื่อเรียกวิทยาศาสตร์ Curcuma spp. จัดอยู่ในวงศ์ขิง
(ZINGIBERACEAE)
”
ภาพ:: ว่านดอกทองตัวเมีย
ลักษณะของ ว่านดอกทอง
ว่านดอกทอง แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
โดยรวมแล้ว ทั้งว่านตัวผู้และตัวเมีย จัดเป็นไม้ล้มลุก
ว่านมีลักษณะเป็นหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะของเหง้าเป็นรูปทรงกลม
และแตกแขนงเป็นไหลขนาดเล็ก มีขนาดยาวประมาณ 5-10 นิ้วส่วนรากเป็นเส้นใหญ่
ไม่แตกเป็นรากฝอย มีความสูงของต้นประมาณ 1
ฟุต ออกดอกในช่วงฤดูร้อนต่อเนื่องไปจนถึงฤดูฝนของทุกปี ขยายพันธุ์ด้วยวิธี
การแยกหน่อ

1.ว่านดอกทองตัวผู้ หรือ ว่านดอกทอง

จุดเด่นๆ เนื้อในหัวของว่านตัวผู้จะมีสีเหลือง เส้นกลางใบ
และกาบใบจะมีสีแดงเรื่อ ดอกสีเหลือง
สำหรับหัวว่านเมื่อนำมาหักหรือผ่าดูจะได้กลิ่นหอมเย็น และมีกลิ่นคาวๆ
เจืออยู่ด้วย

ภาพ:: saimherbal.blogspot
ว่านดอกทองตัวผู้สังเกตที่ใบจะมีสีแดงๆ ว่านตัวเมียจะไม่มี
2. ว่านดอกทองตัวเมีย หรือ ว่านดินสอฤาษี

เนื้อในหัวมีสีขาว ลำต้น และใบจะมีลักษณะคล้ายกับขมิ้น
มีใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบมีสีเขียว ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม
ลำต้น และใบเป็นสีเขียว ไม่มีสีแดงเจือปน เหมือน ?ว่านดอกทองตัวผู้?
กลิ่นของว่านดอกทองตัวเมียจะมีกลิ่นที่แรงกว่า
กลีบปากดอกสีขาวมีแถบกลางเป็นสีเหลือง นอกจากนี้ยังมี ?ดอกทองกระเจา?
ซึ่งดอกจะมีลักษณะเป็นรูปกรวย มีกลิ่นคาวเหมือนกัน
แต่จะไม่รุนแรงเท่าว่านดอกทองตัวเมีย
สรรพคุณ ว่านดอกทอง
- ใช้ในทางเสน่ห์มหานิยม เสน่ห์เจ้าชู้
คนหนุ่มในสมัยโบราณนิยมเสาะแสวงดอกหามาเก็บสะสมไว้ใช้หุงกับน้ำมันจันทน์
พร้อมทั้งเนื้อว่าน หรือนำมาใช้บดรวมกับสีผึ้งทาปาก ใช้น้ำมันทาตัว
เมื่อถึงคราวจะไปพบหญิงสาว
สตรีคนใดที่ต่อคารมด้วยเมื่อได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีผึ้ง
ก็มักจะใจอ่อนคล้อยตามโดยง่าย
และนับว่าเป็นว่านเสน่ห์มหานิยมที่มีฤทธิ์รุนแรงมาก - สำหรับสตรี หากนำหัวว่าน ใบ และต้นว่านดอกทอง
มาใส่ไว้ในโอ่งน้ำหรือในบ่อน้ำ
แล้วรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดความรู้สึกทางเพศรุนแรงมาก
หรือเพียงแค่ปลูกไว้แล้วได้กลิ่นของดอกโชยมา
ก็ชวนให้หลงใหลมัวเมาในกามโลกีย์ได้แล้ว จึงมีความเชื่อต้องเด็กดอกทิ้งเสีย - ใช้เป็นเมตตามหานิยม
ด้วยเชื่อว่าหากร้านค้าขายใดมีว่านดอกทองตัวเมียปลูกไว้หน้าร้าน
จะช่วยทำให้ค้าขายดี มีลูกค้าเข้าออกร้านไม่ขาดสาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานบันเทิงต่าง ๆ ร้านจำหน่ายเหล้าเบียร์
หากมีไว้จะดีมาก - ด้วยเป็นว่านเมตตามหานิยม จึงมีการนำมาใช้ในทางค้าขาย การเจรจาตกลง
ช่วยทำให้ประสบผลสำเร็จได้โดยง่าย
โดยใช้หัวว่านนำมาโขลกให้ละเอียดผสมกับสีผึ้งนำมาใช้ทาปากก่อนจะออกไปพบปะ
เจรจา - มีความเชื่อว่าการปลูกว่านมหาเสน่ห์นี้
หากปลูกไว้ในบ้านจะเป็นสิริมงคลแก่บ้านเรือน เพื่อนบ้านรักใคร่
ว่านดอกทองแต่บางตำราก็ระบุว่าไม่ควรปลูกว่านชนิดนี้ไว้ในบ้าน
ด้วยเชื่อว่ามันอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการผิดลูกผิดเมียของคนในครอบครัวได้
เพราะคนไทยสมัยก่อนนั้นจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่
ว่านดอกทอง ใกล้สูญพันธุ์ พบได้ไม่กี่ที่ในไทย
ว่านดอกทอง จัดเป็นว่านโบราณหายาก และใกล้จะศูนย์พันธุ์
ในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นของที่หายากมาก นั้นหายากยิ่ง ผู้รู้มักไม่เปิดเผย
เพราะเกรงว่าจะมีผู้นำไปใช้ในทางไม่ดี
โดยอาจสามารถพบว่านชนิดได้ทางภาคตะวันตก ภาคเหนือ อย่างเช่นใน
จังหวัดกาญจนบุรี ลำปาง และตาก

ภาพจากในละคร นาคี
ความเชื่อโบราณ เกี่ยวกับ ว่านดอกทอง
คนโบราณนิยมปลูกว่านดอกทอง เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ด้านเมตตามหานิยม,
เสริมสร้างเสน่ห์ รวมถึงการนำมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค นอกจากนั้น
ยังจัดเป็นไม้ดอกไม้ประดับสำหรับปลูกตามแปลงจัดสวนหรือปลูกในกระถางเพื่อชม
ใบ และดอก ด้วย
วิธีการปลูกว่านดอกทองตามแบบโบราณ
ควรปลูกวันจันทร์ข้างขึ้น แล้วรดน้ำที่เสกด้วยคาถา นะโมพุทธายะ 3 จบ
การปลูกจะใช้กระถางใบเล็กทรงเตี้ยในการปลูก ใส่ดินดำ
หรือดินดินทรายผสมกับใบไม้ผุ และรดน้ำให้มาก แต่อย่าให้ดินแฉะ
หากใส่ปุ๋ยคอกลงไปด้วยเล็กน้อยจะช่วยทำให้ว่านงอกงามเร็ว
เมื่อใบตั้งตรงแข็งแรงแล้วจึงค่อยย้ายมาปลูกในกระถางใหญ่
เพื่อให้หัวว่านมีขนาดใหญ่ขึ้น และควรจัดวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดรำไรพอสมควร
ยังมีความเชื่ออีกว่า หากใครได้สูดกลิ่นดอกว่านทองนี้
จะกระตุ้นความต้องการทางเพศขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
สำหรับผู้ที่ปลูกว่านชนิดนี้ จึงนิยมเก็บดอกก่อนที่จะบาน
เพราะเชื่อว่าหากผู้ใดได้กลิ่น หรือได้สัมผัสจะเกิดกามราคะ
ทำให้เกิดพลังทางเพศที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสตรีเพศ
จึงเป็นที่มาของชื่อว่า ?ว่านดอกทอง? นั่นเองค่ะ
ขอบคุณที่มาจาก:: medthai.com, puechkaset.com





