5 พระราชวัง วัง และพระตำหนักสำคัญ สถานที่แห่งความผูกพันของ ในหลวง ร.9

รวบรวม 5 พระราชวัง วัง และพระตำหนักที่มีความผูกพันกับ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ชวนไปเที่ยวชมและตามรอยพ่อหลวง

          ในผืนแผ่นดินไทยคงไม่มีที่ไหนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ยังไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยือน

ซึ่งแต่ละสถานที่ที่พระองค์เสด็จฯ ไปก็มีความสวยงามและน่าสนใจแตกต่างกันไป

แต่วันนี้เราจะพาไปตามรอยเที่ยวพระราชวัง วัง และพระตำหนัก

ที่มีความสำคัญและผูกพันกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกันบ้างค่ะ

1. พระบรมมหาราชวัง

ในปีพุทธศักราช 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

มีพระบรมราชโองการให้สร้างพระนครและสถาปนาพระราชมณเฑียรสถานทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยแรกเริ่มนั้นสร้างทำแค่พอเป็นที่ประทับ

ล้อมรอบด้วยปราการระเนียดไม้สำหรับตั้งการพระราชพิธีปราบดาภิเษก

หลังจากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างปราสาทราชมณเฑียร พระตำหนัก  เรือนหลวง

โดยครบถ้วน

รวมทั้งพระอารามในเขตพระราชฐานสำหรับประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

พระราชทานนามว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

         

นับแต่มีการสร้างพระบรมมหาราชวัง

สถานที่นี้ก็ได้เป็นพระราชฐานที่ประทับของพระมหากษัตริย์

และเป็นศูนย์กลางการปกครองของบ้านเมือง

อีกทั้งยังเป็นสถานที่ซึ่งทรงปฏิบัติราชการแผ่นดินและทรงประกอบพระราชพิธีต่าง

ๆ ตามโบราณราชประเพณี โดยมีสถานที่สำคัญภายในพระบรมมหาราชวัง อาทิ

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, พระที่นั่งบรมพิมาน, พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท,

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นต้น

         

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในพระบรมมหาราชวังและเกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้นมีมากมาย

หนึ่งในนั้นก็คือพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ระหว่างวันที่ 4-8 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493

         

การเข้าเที่ยวชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

ปิดการจำหน่ายตั๋วเวลา 15.30 น. นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าชมฟรี

ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องซื้อตั๋วชุด ชุดละ 500 บาท/ท่าน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักพระราชวัง โทรศัพท์ 0 2623 5500 ต่อ

3100 และเว็บไซต์ palaces.thai.net

2. วังสระปทุม

ภาพจาก เฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า : Queen Savang Vadhana Museum

          วังสระปทุม

ปัจจุบันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เดิมทีวังสระปทุมแห่งนี้เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา

บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2459-2498

จากนั้นก็ได้มาเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

หลังจากที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

พระราชทานวังสระปทุมให้เป็นที่ประทับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี

          ในวันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2493

ได้มีการประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ณ วังสระปทุมแห่งนี้

ถือได้ว่าที่นี่เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทยเลยทีเดียว

         

เนื่องด้วยปัจจุบันวังสระปทุมเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี

การเข้าเยี่ยมชมจึงต้องได้รับพระราชทานพระราชานุญาตเสียก่อน

ติดตามข่าวสารวังสระปทุมและพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าได้ที่ เฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า : Queen Savang Vadhana Museum

3. พระที่นั่งอนันตสมาคม

   พระที่นั่งอนันตสมาคม เริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5

เมื่อปีพุทธศักราช 2450

เพื่อเป็นที่รับรองแขกเมืองและประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน

ตัวอาคารมีลักษณะเป็นอาคารหินอ่อนแบบโดมคลาสสิกโรมัน

ผสานศิลปะอิตาเลียนเรอเนอซองส์และแบบนีโอคลาสสิก โดยมีมิสเตอร์

เอ็ม.ตามานโย (M.Tamango) ช่างจากอิตาลีเป็นผู้ออกแบบ นายซี อัลเลกรี

เป็นวิศวกร และเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง

ซึ่งนอกจากสถาปัตยกรรมของที่นี่จะงดงามมาก ๆ แล้ว บริเวณรอบ ๆ

ยังร่มรื่นไปด้วยสวนสวยและต้นไม้นานาพรรณ

         

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2549

ได้มีการจัดพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

โดยมีพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร

ระเบียงหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งมีพสกนิกรชาวไทยรอรับเฝ้าเสด็จมากมาย

กลายเป็นเรื่องราวที่สุดแสนจะประทับใจและเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญอีกหนึ่งเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไทย

          พระที่นั่งอนันตสมาคม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น.

4. พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

ภาพจาก Sirichai Puangsuwan / shutterstock.com

          พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า

ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2504

เพื่อใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อทรงงาน

และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ

รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาสต่าง

         

พระตำหนักแห่งนี้มีลักษณะเป็นแผนผังแบบเรือนไทยภาคกลางที่เรียกว่าเรือนหมู่

มีสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ รายล้อมไปด้วยสวนดอกไม้อันสวยงาม

โดยเฉพาะดอกกุหลาบ ที่มีให้ชมมากมายหลากหลายสายพันธุ์และสีสัน

สร้างบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกและผ่อนคลายให้กับพระตำหนักแห่งนี้

อากาศที่นี่จะเย็นสบายตลอดทั้งปี

เพราะตั้งอยู่บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลมากถึง 1,373.197 เมตร

         

การเข้าเยี่ยมชมพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จะต้องแต่งกายให้สุภาพ

สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. (ปิดจำหน่ายบัตร

15.30 น.) สอบถามรายละเอียดได้ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ โทรศัพท์ 0

5322 3065 หรือที่เว็บไซต์ bhubingpalace.org

5. พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

          พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

อันเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

ตั้งอยู่ในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส

เนื้อที่ประมาณ 395 ไร่ เป็นพระตำหนักที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามร่มรื่น

รายล้อมไปด้วยท้องนาสีเขียวขจี ไร่หม่อน สวนป่า และต้นไม้นานาพรรณ

         

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เพื่อให้ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ

ทั้งจะได้เป็นที่ซึ่งราชเสวกจะได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นส่วนพระองค์และส่วนตัว

พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีวางศิลาพระฤกษ์พระตำหนักนั้นเมื่อวันที่

30 พฤษภาคม 2456 ได้พระราชทานนามว่า สวนจิตรลดา

และพระราชทานนามพระตำหนักว่า พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

         

ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โปรดที่จะทรงใช้พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นที่ประทับถาวร

จึงมีการต่อเติมพระตำหนักหลายครั้ง ในปีพุทธศักราช 2501 โปรดเกล้าฯ

ให้สร้างโรงเรียนขึ้นภายในบริเวณสวนจิตรลดา เพื่อให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ

และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทรงศึกษาเล่าเรียน พระราชทานนามว่า โรงเรียนจิตรลดา

         

นอกจากนี้ภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐานยังมีโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

ซึ่งเป็นแหล่งวิจัยและให้ความรู้เกี่ยวกับการเกษตรแก่ประชาชนชาวไทย

โดยภายในโครงการจะมีโรงโคนมสวนจิตรลดา, โรงสีข้าว, โรงกระดาษสา, แปลงนาข้าว

และอื่น ๆ ให้ได้เข้าเที่ยวชม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

โทรศัพท์ 0 2282 8200

         

สำหรับทั้ง 5 สถานที่นี้ นอกจากจะเป็นสถานที่ในความผูกพันของในหลวง

รัชกาลที่ 9 แล้ว ก็ยังมีสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ที่สวยงามและน่าสนใจ

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่จะทำให้คนไทยได้ลำรึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

และได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อีกด้วย :)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ททท, rspg.org, lib.su.ac.th, bhubingpalace.org, web.ku.ac.th, rspg.or.th



บทความแนะนำ