ตารางเทศกาลชมดอกซากุระที่ญี่ปุ่น 2016

 

        กลับมาอีกแล้วกับเทศกาลชมดอกซากุระบานที่ญี่ปุ่น ซึ่งมีอยู่มากกว่า 300 สายพันธุ์ ทั้งยังแตกต่างกันทั้งสีและรูปร่าง ทั้งยังมีช่วงเวลาของการบานไม่เหมือนกันอีกด้วย ซึ่งนี่อาจเป็นเสน่ห์ของการเฝ้ารอชมดอกซากุระบานที่ญี่ปุ่นอย่างไม่เสื่อมคลาย ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างทยอยเดินทางมาชมความสวยงามของซากุระในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น โดยเฉพาะบริเวณปราสาท วัด และวัดต่าง ๆ เป็นจำนวนมากภาพจาก เฟซบุ๊ก การท่องเที่ยวญี่ปุ่น - Visit Japan

          โดยญี่ปุ่นจะจัดงานที่เรียกว่า "ฮานามิ" (Hanami) หรืองานชมดอกไม้ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ชาวญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคู่รักก็จะออกมาชมดอกไม้ มาปูเสื่อล้อมวงนั่งกินอาหาร ดื่มสาเก ร้องรำทำเพลงกันใต้ต้นซากุระที่ออกดอกเต็มต้นอย่างสนุกสนาน อย่างที่รู้กันว่าช่วงระยะเวลาในการบานของดอกซากุระจะบานที่สุดประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ร่วงไปเรื่อย ๆ โดยในแต่ละปีช่วงเวลาในการบนของดอกซากุระอาจแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา เพราะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ ทั้งนี้ดอกซากุระจะผลิออกดออกเร็วที่สุดช่วงประมาณกลางเดือนมีนาคม และช้าสุดราวปลายเดือนพฤษภาคม

          สำหรับข้อมูลพยากรณ์ดอกซากุระบานของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ได้พยากรณ์การบานของซากุระว่า ปีนี้ฮอกไกโดและโทโฮคุจะบานเร็วกว่าปกติมาก โตเกียว รวมทั้งภาคกลางของญี่ปุ่นจะบานเร็วกว่าปกติเล็กน้อย โอซาก้าและจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคตะวันตกจะบานใกล้เคียงที่ผ่านมา คิวชูจะบานช้ากว่าปกติ โดยกรมอุตินิยมวิทยาญี่ปุ่นพยากรณ์วันเริ่มบานไว้ดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 14 มกราคม 2559)

เทศกาลชมดอกซากุระที่ญี่ปุ่น 2016ภาพจาก n-kishou.com

           โตเกียว (Tokyo) เริ่มบานวันที่ 22 มีนาคม 2016

           นาโกย่า (Nagoya) เริ่มบานวันที่ 22 มีนาคม 2016

           ฟุกุโอกะ (Fukuoka) เริ่มบานวันที่ 23 มีนาคา 2016

           โอซาก้า (Osaka) เริ่มบานวันที่ 28 มีนาคม 2016

           นากาโน่ (Nagano) เริ่มบานวันที่ 4 เมษายน 2016

           เซนได (Sendai) เริ่มบานวันที่ 6 เมษายน 2016

           ซับโปโร่ (Sapporo) เริ่มบานวันที่ 29 เมษายน 2016

สถานที่แนะนำในการชมดอกซากุระ

           1. เมืองโตเกียว (Tokyo) ที่บริเวณสวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park) สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen) ชิโดริกาฟุจิ (Chidorigafuchi) สวนสาธารณะสุมิดะ (Sumida Park) สุสานโอยามะ (Aoyama Cemetery) สวนพฤกษศาสตร์โคอิชิคาวะ (Koishikawa Botanical Garden) และสวนสาธารณะอิโนคาชิระ (Inokashira Park)

           2. เมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) ที่บริเวณสวนสาธารณะคามอนยาม่า (Kamonyama Park) สวนซังเคเอ็น (Sankeien) และเมืองคามาคุระ (Kamakura)

           3. เมืองนาโงย่า (Nagoya) บริเวณปราสาทนาโงย่า (Nagoya Castle)

           4. เมืองเกียวโต (Kyoto) บริเวณสวนสาธารณะมารุยาม่า (Maruyama Park) เส้นทางนักปราชญ์ (Philosopher?s Trail) ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine) อาราชิยาม่า (Arashiyama) ริมแม่น้ำกาโม่ (Kamogawa) วัดไดโกจิ (Daigoji) ศาลเจ้าฮิราโน่ (Hirano Shrine) และคลองโอคาซากิ (Okazaki Canal)

           5. เมืองฮิเมจิ (Himeji) บริเวณปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)

           6. เมืองอาโอโมริ (Aomori) บริเวณปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle)

          ใครที่ไม่อยากพลาดชมความงามของดอกซากุระที่บานสะพรั่งก็ลองวางแผนเวลาการเดินทางให้ดี ๆ เพราะหนึ่งปีจะมีแค่สักครั้งเดียว แต่ถ้าจะให้เก๋มากกว่าเดิม เพื่อน ๆ อาจจะลองหาเช่าชุดกิโมโนไปเดินชมซากุระดูก็ได้นะ รับรองว่ารูปที่ถ่ายออกมาต้องไม่ซ้ำใครแน่นอน ทั้งนี้เพื่อน ๆ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) โทร. 02 261 3525-6 หรือ jnto.or.th และ เฟซบุ๊ก การท่องเที่ยวญี่ปุ่น - Visit Japan

jnto.or.th, เฟซบุ๊ก การท่องเที่ยวญี่ปุ่น - Visit Japan, n-kishou.com



บทความแนะนำ