ข่าวเด่น อาชญากรรม ดารา บันเทิง ความรัก ผู้หญิง กระทู้เด็ด กิน เที่ยว ตลก เฮฮา

โจอี้ บาซู เปิดหมดใจกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูก 5 คน หลังเมียป่วยตาย


           โจอี้ บาซู เปิดใจเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ต้องเลี้ยงลูกถึง 5 คน หลังภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากเสียชีวิต ด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน เพราะเทสต์สินค้าบริษัทตัวเอง

           ถือเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุค 90 เลยทีเดียว สำหรับ โจอี้ บาซู ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้ผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจ เปิดบริษัทผลิตคอสเมติก และยังเป็นประธานบริษัทที่ประเทศเกาหลีอีกด้วย



           ล่าสุด (13 กันยายน 2560) โจอี้ ได้มานั่งเปิดใจในรายการ คุยเช้า Show ทางช่อง one 31 ถึงชีวิตครอบครัวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ว่าตอนนี้เจ้าตัวได้กลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังถึง 5 คน ส่วนภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว









มีลูก 5 คนจริงเหรอ ?

           โจอี้ บาซู : ใช่ครับ เป็นลูกบุญธรรม 4 คน และลูกตัวเอง 1 คน อายุ 18 แล้ว ชื่อน้องณัชชา ซึ่งแต่ละคนจะมีที่มาแตกต่างกันไป

มีข่าวออกมาว่า โจอี้ บาซู ตกอับ จริงไหม ?

           โจอี้ บาซู : จริง ๆ ให้เขารู้แค่นั้นพอมั้ง ไม่อยากให้รู้เยอะ

ความจริงทำงานอะไรอยู่ ?

           โจอี้ บาซู : ผมเป็นประธานบอร์ด เซาท์ อีสต์ เอเชีย ของบริษัท เวิลด์ วีเทค ที่เกาหลีครับ ก็พัฒนาซอฟต์แวร์อยู่ที่โน่น ดูแล 57 ประเทศ บินไป-กลับเมืองไทยตลอด ทำงานมา 12 ปีแล้ว เอาจริง ๆ เราไม่ได้ชื่นชอบอะไร เพราะเราไม่ได้เรียนทางด้านวิศวะมา แต่ว่าเราไปเกิดไอเดียตรงโปรดักท์ที่เขาเอามาพรีเซ็นต์เราตอนแรก ด้วยอาชีพที่ผมเคยทำแต่ก่อน ก็คืองานอีเว้นท์ คราวนี้เราก็คิดว่ามันน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ เลยเอามานั่งคุยกัน และศึกษากันมาตลอด



สาเหตุที่รับอุปการะเด็ก 4 คน เริ่มต้นมาจากอะไร ?

           โจอี้ บาซู : มันเริ่มจากความเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เรารู้จักกัน แล้วบางทีน้อง ๆ ที่เขามีปัญหาครอบครัว เราไม่รู้จะช่วยยังไง เลยช่วยได้เท่านี้ ผมไปเซ็นเป็นพ่อ อุ้มออกมาจากโรงพยาบาลเลย ถูกต้องตามกฎหมาย

แล้วลูกสาวคนโต เราไปมีตอนไหน ?

           โจอี้ บาซู : ผมมีก่อนเป็นบาซูอีก จริง ๆ ผมเป็นคนที่ไม่เคยปิด แต่ไม่มีใครเคยถาม เพราะไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันตลอด แฟนคลับที่สนิทก็รู้ ถามว่าหวงลูกสาวไหม ก็หวงในสิ่งที่อยู่ในกรอบ ถ้านอกกรอบเราก็จะสอนให้เขารู้วิธีว่าเขาจะรับผิดชอบยังไง



ลูกสาวคนโตเราโอเคไหม กับการที่เรามีน้อง ๆ บุญธรรมมาอีก 4 คน ?

           โจอี้ บาซู : สิ่งสำคัญคือเราสอนเขาตั้งแต่เด็ก ในเรื่องที่ควรจะมี นั่นก็คือจิตสำนึกที่ดีที่ควรจะมี ถ้าคุณมีในส่วนนี้คุณจะลืมเรื่องที่เป็นลบทั้งหมด ผมไม่อยากให้เขามาเป็นเหมือนเรา เราอาจจะมีปมเล็ก ๆ ในวัยเด็ก อาจจะเป็นเรื่องผิว เรื่องความกำพร้า ถามว่าคิดจะตามหาพ่อไหม มันไม่มีผล เพราะการตามหามันมีแค่ 2 คำ ซึ่งถ้าเป็นวัฒนธรรมไทย เราไม่มีตรงนี้ แต่ถ้าเป็นต่างประเทศ เขาจะถามกลับมาเลยว่า So What แล้วยังไง เจอแล้วทำยังไงเหรอ

เราอุปการะลูกคนที่ 2 แล้ว แล้วอีก 3 คนล่ะ มันเริ่มจากจุดไหน ?

           โจอี้ บาซู : หนึ่งคือความต้องการที่เขาขาด นั่นคือเราไปเติมให้เขา เราไปเติมตรงที่เขาขาดมากกว่า ฉะนั้นจะทำยังไงในสิ่งที่เราเติมให้เขาได้ ในจุดที่เขาขาดหายไป เหมือนที่เราเคยเป็น



ค่าใช้จ่ายต่อเดือน ?

           โจอี้ บาซู : มันไม่นิ่งหรอกครับ บางคนอยู่ต่างจังหวัด บางคนอยู่กรุงเทพฯ

สูญเสียภรรยาเมื่อปีที่แล้ว เกิดอะไรขึ้น ?

           โจอี้ บาซู : เป็นโรคประจำตัว โรคหัวใจ ความจริงเขาเป็นมานานแล้ว เราทำบริษัทที่เกี่ยวกับอาหารเสริม คอสเมติก ทำสบู่ แล้วแฟนผมเป็นคนดูแล การที่เราทำพวกโรงงานหรือผลิตแบบนี้ มันจะต้องมีการเทสต์สินค้า ลูกค้ามีเป็นร้อยเจ้า แฟนผมเขาจะเป็นคนที่ลองเทสต์เอง ที่จริงเรามีฝ่ายเทสต์ ฝ่ายดูแล แต่ด้วยความที่เขาจะต้องเอารายละเอียดไปคุยกับลูกค้า เขาจะต้องเป็นคนเทสต์เอง เราจะพลาดไม่ได้เลย



จากการที่ภรรยาป่วย คุณหมอเตือนบ้างไหม ว่าเกิดจากการเทสต์สินค้า ?

           โจอี้ บาซู : คุณหมอเขาจะไม่รู้เลย เพราะเวลาเขาวินิจฉัยโรค เขาจะดูที่ตัวคนก่อน ยังไม่ได้ลงลึกถึงสาเหตุ และอีกอย่างเราก็บอกหมอไม่ได้ด้วยว่า ตัวไหนคือสาเหตุ เพราะสินค้ามีหลายตัวมาก

ตอนที่ภรรยาเริ่มป่วย เริ่มไปหาหมอ จนสุดท้ายที่อยู่ด้วยกันนานไหม ?

           โจอี้ บาซู : ช่วงแรก ๆ ไป ๆ กลับ ๆ เพราะว่าเราต้องไปเช็กร่างกายต่อเนื่อง พอสุดท้ายเขาไป เขาก็ไปเลยกะทันหัน หัวใจหยุดเต้น ผมก็อยู่ คุณหมอก็พยายามช่วย ปั๊มหัวใจแล้วฟื้นมาประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็ได้มีโอกาสคุยกันจนถึงวินาทีสุดท้าย



คิดไหมว่านี่อาจจะเป็นช่วงเวลานาทีสุดท้าย ?

           โจอี้ บาซู : เราก็พยายามให้กำลังใจให้เขาอดทนสู้นะ สิ่งที่เขาพูดกับเราก็คือฝากดูแลลูก ซึ่งเราก็ไม่รู้จะทำยังไง

วินาทีที่ใกล้จะครบครึ่งชั่วโมง เรารู้สึกยังไง ?

           โจอี้ บาซู : คุณหมอบอกว่าให้เปิดชินบัญชรให้เขาฟัง ซึ่งผมก็เปิดนะครับ แต่เปิดได้ไม่นานแล้วแบตฯ โทรศัพท์หมด แล้วเขาก็ไปเลย ผมทำได้แค่นั้นจริง ๆ สิ่งที่คิดจุดแรกก็คือรับไม่ได้ เราก็อยู่กับลูกสองคน พยายามคุยกับเขาว่า เราคงใช้ความเข้มแข็งไม่พอ



หยุดการทำงานไป 2 เดือน ?

           โจอี้ บาซู : ครับ มันนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะทำอะไรต่อ แล้วมันมีมรสุมทุกอย่างตามมา พอไม่มีเขาอยู่ดูบริษัทแล้ว ลูกค้าก็เปลี่ยนพฤติกรรม ชิ่งออกไปเป็นร้อย แล้วเรื่องประกันยิบย่อยอีกเยอะ

แล้วตอนนี้บริษัทยังอยู่ไหม ?

           โจอี้ บาซู : ยังอยู่ครับ ผมดึงกลับมาแล้วมาทำเอง



ภาพและข้อมูลจาก คุยเช้าShow



ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook.com




อื่นๆ


ล่าสุด
ไม่ต้องอารมณ์เสียอีกต่อไป! มาดูวิธีกำจัด คราบ

ฮาวทู! ทำความสะอาดผิวหน้าแบบทั้งล้างและบำรุง

ระวังปากเหม็น! 7 สาเหตุนี้แหละ ที่ทำให้ปากเหม

7 ท่าออกกำลังกายง่าย ๆ สร้างหุ่นเฟิร์มในช่วงอ

ผมมันทำไงดี!? รวม 10 ทริคขจัดความมันบนเส้นผมใ

แต่งงานมา 2 ปีกว่าๆ จะเลิกหรือทนต่อดีค่ะ เบื่

แชร์ประสบการณ์เพื่อนร่วมงานหัวงู ไม่ได้ด้วยเล

เคยมีผู้ชายคนไหนไปส่งผู้หญิงที่บ้าน พอเห็นบ้า

สเปคผู้ชาย 10 ประเภท ที่ผู้หญิงแพ้ทาง อยากได้

เหตุผลที่ คนฉลาด มักจะ ตกหลุมรักยาก กว่าใคร!

6 ข้อ ก่อนตกลงเป็นแฟนจริงจัง รักแท้ หรือ แค่ผ

อกหักดังเป๊าะ! 7 เรื่องงี่เง่า มักทำ หลังอกหั

ลัคกี้อินเลิฟ! 4 สิ่ง ที่คนประสบความสำเร็จในค

อ.คฑา เผยเคล็ด ''ไหว้พระจันทร์'' วันแห่งความร

ปีหน้าฟ้าใหม่!! เปิดทั้ง 12 ราศี ที่จะรวยหนัก

คนชราเฮ! สนช. รับหลักการเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา

แชร์ว่อนโซเชี่ยล สองแถวกร่างถือขวดเบียร์จะทำร

คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธี แถล

วิธีเลือกเก้าอี้นั่งทำงานให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เส

หมดปัญหาสายพันกัน! นี่คือวิธีง่ายๆ ในการเก็บส




ข่าวเด่น อาชญากรรม ดารา บันเทิง ความรัก ผู้หญิง กระทู้เด็ด กิน เที่ยว ตลก เฮฮา
ติดต่อเรา | www.siamok.com    |