ความสวย รีวิว แต่งหน้า ทรงผม ทำเล็บ เสื้อผ้าแฟชั่น ความรัก ดูดวง กินเที่ยว วาไรตี้ ข่าวใหม่ ข่าวดารา ท่องเที่ยว

ข้อแตกต่างจากประสบการณ์จริงระหว่างชีวิตแต่งงานกับอยู่ด้วยกันเฉยๆ


ฉันกับสามีเคยอยู่ด้วยกันนานประมาณ 18 เดือนก่อนที่จะแต่งงานซึ่งอาจเรียกได้ว่าการอยู่กินหรือการทดลองอยู่ก่อนแต่ง อย่างไรก็ตามทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเมื่อคุณเปลี่ยนสถานะเป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ชีวิตสมรสไม่ใช่แค่การที่คนสองคนนอนบนเตียงเดียวกันและอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน และนี่คือ 5 เหตุผลว่าทำไมชีวิตแต่งงานจึงแตกต่างกว่าการอยู่กินกันเฉยๆ







1. คุณกลายเป็นครอบครัวอย่างแท้จริง

เมื่อแต่งงานความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบรรดาญาติพี่น้องของแฟนหนุ่มจะเปลี่ยนไป แม้ว่าไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีแต่การแต่งงานจะทำให้คุณรู้สึกถึงภาระผูกพันและการมีครอบครัวอย่างถาวร แค่คำว่าแม่แฟนกับแม่สามีก็แตกต่างกันแล้ว นอกจากนี้ความรับผิดชอบจะมาพร้อมกับปัญหาครอบครัวโดยเฉพาะเมื่อคุณกลายเป็นพ่อแม่เสียเอง

2. ไม่มีการปกปิดพฤติกรรมอันน่ารังเกียจอีกต่อไป

ในสมัยที่อยู่กินกันฉันกับสามีพยายามปกปิดพฤติกรรมที่ไม่น่าพึงประสงค์ต่างๆไว้ เช่นคำว่า ?ฉันจะอยู่ในนี้สักพัก? อาจหมายถึงฉันกำลังตัดเล็บเท้าหรือเขากำลังถอนหนวดอยู่ก็เป็นได้ แต่เมื่อแต่งงานกันมาได้เกือบ 7 ปี พฤติกรรมเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องถูกปิดบังอีกต่อไปแต่กลับกลายเป็นเหมือนกิจกรรมระหว่างเราสองคนแทน

3. คุณจะรู้สึกขัดใจกับสิ่งเล็กๆน้อยๆมากขึ้น

พฤติกรรมแย่ๆอย่างการทำอะไรรีบร้อนหรือการเดาะลิ้นเสียงดังเวลาที่นึกอะไรไม่ออกของแฟนหนุ่มอาจดูเป็นสิ่งที่แปลกดีหรือน่ารักในยามที่คุณแค่อยู่ด้วยกันเฉยๆ แต่เมื่อไหร่ที่คุณต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต รู้ไหมว่าพฤติกรรมแบบเดียวกันนี้แหละอาจทำให้คุณสบถถ้อยคำหยาบคายออกมา ขณะเดียวกันคู่สมรสของคุณก็อาจทนไม่ได้ถ้าคุณทำให้เขารู้สึกรำคาญ

4. แน่นอนว่าต้องมีทั้งเรื่องเอกสารและบทสนทนาเกี่ยวกับเงิน

ไม่ว่าจะเป็นการคืนภาษี เอกสารเกี่ยวกับประกันต่างๆ มรดก การเปิดบัญชีธนาคารร่วมกัน บัตรเครดิตร่วมกัน อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ตามมาด้วย ?ช่วยเซ็นชื่อตรงนี้หน่อยที่รัก? ประมาณนี้ เฮ้อ..แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว นอกจากนี้ยังต้องเปลี่ยนจากคำว่า ?ของฉัน? และ ?ของคุณ? เป็น ?เรา? และ ?ของเรา? ด้วย ฉันรู้ว่ามีคู่รักบางคู่ใช้ทุกอย่างร่วมกันก่อนที่จะแต่งงานซึ่งทำให้ปัญหายุ่งยากน้อยลง (แต่ถ้ามีการเปลี่ยนนามสกุลก็ยิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่) และบางคู่ก็ใช้บัญชีแยกกันหลังจากที่แต่งงาน แต่เอกสารกับเรื่องเงินก็เป็นปัจจัยสำคัญและสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับคู่สมรสอยู่ดี

5. สังคมรับรู้เปลี่ยนไปจากเดิม

ทุกคนจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้คือ ?สามีของฉัน? ไม่ใช่ ?แฟนหนุ่ม? หรือ ?คนที่ฉันอยู่กินด้วย? คุณอาจคิดว่าการแต่งงานจะไม่ทำให้ความรู้สึกหรือความสัมพันธ์ของคุณเปลี่ยนไป แต่อันที่จริงการแต่งงานคือการเปลี่ยนมุมมองของโลกที่มีต่อคู่รักของคุณ เช่น ตอนที่คู่หมั้นของฉันเดินทางไปยังอัฟกานิสถานฉันไปส่งเขาที่ประตูทางเข้าเจ้าหน้าที่สายการบินบอกว่าถ้าเราเป็นคู่แต่งงานกันพวกเขาจะอนุญาตให้ฉันเข้าไปส่งคู่หมั้นหนุ่มข้างในและไปรอที่ประตูขึ้นเครื่องด้วยกันได้ อย่างไรก็ตามการแต่งงานนั้นให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากการอยู่กินกันเฉยๆจริงๆค่ะ

Blogger : Jill Robbins
Source : babble.com



ขอบคุณข้อมูลจาก : issue247.com




อื่นๆ


ล่าสุด
เคล็ดลับถนอม "หนังสือพิมพ์" ให้อยู่ในสภาพดีแล

5 สัญญาณที่บ่องบอกว่าหนุ่มๆ เขาอยากจะเป็นแฟนก

เดทแรก การชวนผู้หญิงไปเล่นน้ำ/ว่ายน้ำ ถือเป็น

บำรุงผิว 7 วิธี ให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด

รู้หรือไม่ เวลาสระผม ห้ามทำ 5 สิ่งต่อไปนี้ บ

แฟชั่นเสื้อลายสก๊อต น่ารักก็ได้ เท่ก็ดี!!

วิธีปลูกแก้วมังกรในกระถางสร้างรายได้ 5 หมื่น

ทำไมผู้ชายถึงชอบผู้หญิงสวย มาดู 10 เหตุผลที่ผ

How to แต่งหน้าโทนสุภาพ ที่แต่งได้ทุกโอกาส

หินโป่งข่าม เทรนด์มาแรงเรื่องโชคลาภ

ไม่เหนื่อยและไม่ต้องอด คุณก็ฟิตแอนด์เฟิร์มได้

7 ส่วนผสมในโลชั่นบำรุงผิวกายเพื่อเพิ่มความชุ่

ช็อกโกแล็ตวาเลนไทน์ตามราศีเกิด

เส้นทางรวย!! ด้วยวิธีปลูกข้าวโพดหวานขาย พร้อม

ตามติดนางเอกเกาหลีเค้าใช้เครื่องสำอางอะไรกันใ

15 อาชีพทางอินเตอร์เน็ตที่มีโอกาสทำเงินให้คุณ

ฉันยกเลิกงานแต่งของตัวเองก่อนหน้าวันงาน7วัน แ

โหงวเฮ้ง รูปหน้า บอกชะตาความรัก มาเช็คกัน

เคล็ดลับหุ่นสวย ด้วยเม็ดแมงลัก

เช็คดวงรายวัน 25 พฤศจิกายน 2558




ติดต่อเรา | www.siamok.com    |